Home

เขียนให้กับ : creativecitizen.com

เขียนเมื่อ : 12/9/2017

(ต้นฉบับ)

 

บ่อยครั้งที่เราได้ยินเรื่องแสนสลดจากเหตุการณ์ที่เริ่มเกิดขึ้นภายในโรงเรียน โดยเฉพาะจากกรณี School bullying ถ้าจะให้อธิบายก็คือการถูกรังแก กลั่นแกล้ง ดูถูก สบประมาท เหยียดหยาม ขมขู่ ซึ่งเป็นเหตุการณ์อันธพาลที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนและเชื่อกันว่านำไปสู่การตัดสินใจฆ่าตัวตายของเด็กๆ หรือกลายเป็นเหตุการยิงกันในโรงเรียนในที่สุด

เราได้ยินข่าวจากเหตุการณ์ประเภทนี้อยู่เนืองๆ แต่ก็ใช่ว่าจะแก้ไขได้โดยเร็ว เราต้องแก้กันที่ทั้งภายในโรงเรียนด้วยวิธีการสอนที่ไม่แบ่งชนชั้น สร้างสภาพแวดล้อมที่ดี และแก้กันภายนอกโรงเรียนที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันสร้างความตระหนักและตื่นตัวในเรื่องนี้

เช่นเดียวกันกับประเทศที่ศิวิไลซ์อื่นๆ ประเทศอย่างสวีเดนที่มีพื้นฐานทางสังคมและการศึกษาที่ดีก็หนีไม่พ้นปัญหานี้ จากสถิติพบว่าแต่ละปีจะมีเด็กๆที่เคยเจอเหตุการณ์ Bully ในโรงเรียนอย่างน้อย 60,000 คนต่อปี เนื่องจากเป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่จะไม่เจอกับสังคมผู้ใหญ่ การสื่อสารให้ผู้ใหญ่รู้น่าจะมีวิธีการอื่นๆนอกจากใช้วิธีรณรงค์แบบเดิม โชคดีที่ทุกวันนี้มีเทคโนโลยีหลากหลายให้เลือกใช้ หนึ่งในนั้นคือเทคโนโลยี VR หรือ Virtual Reality ผ่านอุปกรณ์ครอบหัวจำลองสถานการณ์เสมือนจริงได้ และแน่นอนว่าประสบการณ์ Bully ก็สามารถจำลองให้เห็นได้เช่นเดียวกัน

แคมเปญนี้เป็นขององค์กร The Swedish Educational Broadcasting Company (UR) ที่นำเสนอด้านสื่อที่เกี่ยวกับการศึกษาของสวีเดน แคมเปญนี้เริ่มต้นด้วยการเชิญเหล่าผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดหรือที่เรียกกันว่า Influencers มาเป็นอาสาสมัครทดสอบสวมแว่น VR เสมือนจำลองอยู่ในห้องเรียนที่ตัวเราเองกำลังถูก Bully ด้วยตัวเอง เนื่อเรื่องมาจากเรื่องจริงของเด็กอายุ 16 ปี ที่เคยถูกกระทำเหมือนในวีดีโอจริง และสถานที่ถ่ายทำก็เป็นสถานที่จริงหมด

เมื่อใช้ผู้ทรงอิทธิพลเป็นกระบอกเสียง คนก็เริ่มอิน เพราะหลายๆเหตุการณ์ก็เสมือนย้อนประสบการณ์ไปในวัยเด็กอีกครั้ง และการเปลี่ยนประสบการณ์จำลองให้เสมือนเป็นประสบการณ์จริงก็ทำให้สังคมตระหนักว่าประเด็นเรื่องนี้ไม่สมควรที่จะถูกมองข้าม นอกจากนั้นยังเปิดให้คนทั่วไปได้มาลองประสบการณ์จริงๆผ่าน Facebook เช่นกัน หากมีแว่น VR ตามคลิปนี้

 

เมื่อแคมเปญนี้ปล่อยออกไปแค่ไม่กี่วัน ก็ถูกพูดถึงกระจายออกเป็นวงกว้างทั่วประเทศ ภายในสี่วัน 1 ใน 5 ของคนสวีเดนรับรู้ประเด็นสังคมนี้ ส่วนโปรเจคนี้ยังถูกต่อยอดไปในสังคมการศึกษาของประเทษสวีเดน เหล่าครูที่เห็นโปรเจคนี้ก็ชงเรื่องไปว่าอยากให้โปรเจคนี้ถูกบรรจุอยู่ในหลักสูตรการศึกษาจริงๆเพื่อให้เด็กๆได้เห็นและเรียนรู้ด้วยตัวเอง ทั้งหมดนี้ความคิดสร้างสรรค์เมื่อผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ก็สามารถสร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ของสังคมได้เป็นอย่างดี

 

 

Advertisements
Posted in: CreativeMoveComments Off on ไม่เจอกับตัวไม่มีทางเข้าใจ จำลองประสบการณ์ถูก Bully ในโรงเรียนผ่านแว่น VR