Home

เขียนให้กับ : brandbuffet.in.th

เขียนเมื่อ : 19/6/2015

เวที AMES หรือ The Asian Marketing Effectiveness & Strategy Awards เป็นเวทีประกวดของคนโฆษณาที่แตกต่างจากเวทีสายความคิดสร้างสรรค์แบบที่เรามักจะรู้จักกัน เวทีสายนี้เรามักเรียกว่าเป็นสาย Effectiveness ซึ่งเป็นสายที่เน้นเรื่องการวางกลยุทธ์และวัดผลกันที่ผลลัพธ์ในด้านต่างๆที่วัดผลได้ไม่ว่าจะเป็นด้านยอดขายหรือด้านการทำแบรนด์ รางวัลในสายนี้จึงไม่หวือหวาในด้านไอเดียแต่เป็นงานที่ตอบโจทย์ลูกค้ามากกว่า แม้เวที AMES จะไม่มีคนรู้จักเท่ากับเวทีที่ชื่อ Effie Awards แต่ถึงกระนั้นก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเพราะ AMES เป็นเวทีประกวดของงานที่มาจากทวีปเอเชีย (รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์)

รางวัลในสายนี้แบ่งเป็น Gold, Silver และ Bronze โดยมีรางวัล Platinum เป็รางวัลสูงสุด แบ่งออกเป็น 5 หมวดใหญ่ๆได้แก่ Effectiveness, Digital Strategy, Media Strategy, Data & Analytics และ e-commerce ซึ่งเราคัดออกมาให้ดูกันจำนวน 18 ผลงาน ดังต่อไปนี้ครับ

*

*

1) Campaign : Tui Catch a Million
Client / Brand : Heineken New Zealand / Tui
Agency : Saatchi & Saatchi New Zealand

หมวด Effectiveness / สาขา : Sponsorship and Event Marketing / รางวัล : Gold 
หมวด Effectiveness / สาขา : Alcoholic Beverages & Tobacco / รางวัล : Gold 
หมวด Effectiveness / สาขา : Marketing Campaign for National Brand Development / รางวัล :  Silver 
หมวด Effectiveness / สาขา : Integrated Marketing Campaign / รางวัล : Silver 

เบียร์ Tui ของนิวซีแลนด์ขอเปลี่ยนการสปอนเซอร์กีฬาคริกเก็ตที่แสนจะน่าเบื่อให้มีสีสันมากขึ้น ใครก็ตามที่ซื้อเบียร์จะได้เสื้อยืดสีส้มแถมมากับกล่อง แล้วถ้าใครใส่เสื้อนั้นไปชมคริกเก็ตในสนามแล้วลูกจากผู้เล่นถูกตีมาบริเวณผู้ชม ใครก็ตามที่ใช้มือเดียวรับก็จะได้รางวัลจาก Tui ประมาณ 2.5 ล้านบาท เมื่อแคมเปญนี้ Launch คนก็แห่ใส่เสื้อสีส้มเข้าสนามกลายเป็นที่สนใจของกล้องในการถ่ายทอด Tui ก็ได้ประโยชน์ไปเต็มๆได้ Earn Media ไปฟรีๆเพราะที่นิวซีแลนด์ก็มีกฏหมายห้ามโฆษณาเหล้าเบียร์ในช่วงเวลาที่มีการแข่งขันอยู่ ส่วนในโลกโซเชียลและสื่อต่างๆก็มีการกล่าวถึงมากมาย

*

*

2) Campaign : Visa_Get Lost
Client / Brand :  Visa China
Agency : BBDO/PROXIMITY CHINA

หมวด Digital Strategy / สาขา : Financial Services, Commercial Public Services, Business Products & Services / รางวัล : Gold
หมวด Digital Strategy / สาขา : Digitally Integrated Campaign / รางวัล : Silver
หมวด Media Strategy / สาขา : Media Strategy for National Brand Development / รางวัล : Bronze

คนจีนไม่ค่อยใช้วีซ่า เพราะเขาใช้ UnionPay ที่เป็นของจีนเอง แต่วีซ่าดีกว่าตรงที่ที่ไหนก็ยอมรับทั่วโลก สำหรับคนจีนที่เดินทางท่องเที่ยวและช้อปปิ้งแหลกอย่างมหาศาลทั่วโลกแล้วนี่คือโอกาสสำคัญที่วีซ่าจะสื่อสารให้ทุกคนได้เห็นว่าวีซ่าดีกว่าบริการท้องถิ่นอย่างไร จึงจัดทำเป็น Branded Video ที่มีลักษณะเชิง Challenge คล้ายรายการโกโกริโกะเกมส์กึ๋ยคือ ให้ใช้ชีวิตอยู่เมืองนอก 48 ชั่วโมงโดยมีข้อแม้ห้ามใช้เงินเลย แต่มีแค่บัตรวีซ่าเท่านั้นที่ใช้ได้ สถานที่ถ่ายทำถูกเลือกมาทำที่เชียงใหม่ประเทศไทย (น่าจะเพราะอิทธิพลของหนัง Lost in Thailand ด้วย) ในคอนเทนต์โชว์ให้เห็นเลยว่าบัตรวีซ่าแม้จะออกนอกเส้นทางท่องเที่ยวที่ไหนก็รับบัตร มีคอนเทนต์ที่คนในเน็ตมาร่วมทำด้วย มีแพคเกจ Get Lost จากพาร์ตเนอร์ร่วมให้คนลองด้วยตัวเอง ผลลัพธ์คือได้ยอดวิวหลักล้าน ยอดใช้วีซ่าโตขึ้น และแบรนด์ถูกรู้จักในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้นในเรื่องที่อยากจะสื่อสารออกไป

*
*

3) Campaign : Bring Down The King
Client / Brand : DDB NZ
Agency : SKY Television NZ

หมวด Media Strategy / สาขา : Social / รางวัล : Gold 
หมวด Digital Strategy / สาขา : Social / รางวัล : Silver 
หมวด Effectiveness / สาขา : Innovative Use of Media / รางวัล : Bronze

ทาง SKY Television ของนิวซีแลนด์ต้องการโปรโมทช่อง SoHo ไปพร้อมๆกับโปรโมทซีรีส์ Game of Thrones ซีซั่น 4 ซีรีส์นี้มีเหล่าแฟนๆพูดถึงกันในออนไลน์มากอยู่แล้ว การที่จะเอาแบรนด์เข้าไปแทรกอยู่ในบทสนาทนาต้องใช้วิธีแบบใหม่ ทาง SKY จึงเชื่อมต่อโลกออฟไลน์และออนไลน์เข้าไว้ด้วยกัน โดยจำลองเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่เวลาประชาชนล้มล้างกษัตริย์หรือผู้นำต่างๆมักจะมารวมตัวหน้ารูปปั้นของผู้นำแล้วใช้เชือกดึงลงมาให้ล้มลงเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของชัยชนะ  ซึ่งก็สอดคล้องกับในซีรีส์ที่ใครๆต่างก็เกลียด King Joffrey ตัวละครตัวร้ายในเรื่อง ทางทีมงานจึงผสมผสานไอเดียนี้เข้าไปการสื่อสารผ่านโลกออนไลน์ โดยจำลองรูปปั้น King Joffrey กลางเมืองโอ๊คแลนด์ พร้อมกับรอกเชือกที่ผูกระบบดิจิตอลไว้ หากมีใครทวีตพร้อม #bringdowntheking เชือกก็จะดึงรูปปั้นให้ล้มลงมากขึ้นเรื่อยๆ งานนี้มีการถ่ายทอดสด Live Streaming ไว้ คนที่ผ่านไปผ่านมาก็ถ่ายรูปลงโซเชียลเนจำนวนมาก ผลลัพธ์คือกลายเป็นกลายเป็นแคมเปญที่ฮือฮา มียอด Live Streaming ที่มากที่สุดในประวัติศาสต์ของนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย เข้าถึงคนได้ 66 ล้านคน เรตติ้งขึ้น 30% มีคนสมัครช่อง SoHo 9,000 คน ROI 547%

*
*

4) Campaign : The Red Cross Connection
Client / Brand : Singapore Red Cross / Blood Donation Campaign
Agency : MRM//McCANN Singapore
Linkhttp://connect.redcross.sg

หมวด Digital Strategy สาขา : Mobile (including Apps), Social และ Charities, Public Health & Safety & Public Awareness Messages  / รางวัล : Gold 

สิงคโปร์เป็นประเทศที่เล็ก ทำให้สต๊อกเลือดที่มีอยู่ในสภากาชาดก็มักไม่ตรงกับผู้ที่ต้องการสักเท่าไหร่โดยเฉพาะในหมู่เลือดหายาก ทางสภากาชาดจึงต้องการหาทางเพิ่มช่องทางการบริจาคให้มากขึ้นโดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นที่ใช้สมาร์ทโฟน วิธีการคือแทนที่จะรณรงค์ให้เราเดินไปบริจาคเลือดแบบปรกติเพื่อเก็บเป็นสต็อกเลือดแบบที่เราทำกัน ก็เปลี่ยนวิธีโดยให้เราแค่ดาวน์โหลดแอพฯ Red Cross Connection ไว้กับตัว เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินแล้วเราอยู่ในพื้นที่ที่ใกล้เคียงในการช่วยเหลือ แอพฯจะเตือนเราทันทีให้ไปช่วยบริจาค หรือถ้าช่วยไม่ได้ก็ส่งต่อให้ญาติหรือเพื่อนฝูงในโซเชียลมีเดียเพื่อแจ้งให้รู้ว่ามีเลือดกรุปอะไรที่ต้องการอย่างด่วนๆอยู่ วิธีนี้เป็นการแก้ปัญหาแบบ always on คือไม่ต้องอัดแคมเปญกระตุ้นเป็นช่วงๆในระหว่างปี

*
*

5) Campaign : Not A Bug Splat
Client / Brand : Reprieve / Foundation for Fundamental Rights
Agency : BBDO Pakistan
Linkhttp://notabugsplat.com

หมวด Media Strategy / สาขา : Small Budget Media Campaign / รางวัล : Gold 
หมวด Media Strategy / สาขา : Charities, Public Health & Safety & Public Awareness Messages / รางวัล : Gold 
หมวด Media Strategy / สาขา : Media Innovation / รางวัล : Silver
หมวด Effectiveness / สาขา : Innovative Use of Media / รางวัล : Gold 
หมวด Effectiveness / สาขา : Small Budget Marketing Campaign / รางวัล : Gold

ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศด้วยเครื่องบินไร้คนขับหรือ Drone บริเวณชายแดนปากีสถานนั้นไม่มีคนกล่าวถึงสักเท่าไหร่ ทั้งๆที่ปฏิบัติการนี้คร่าชีวิตพลเมืองบริสุทธิ์ไปหลายพันคน การจะทำให้สื่อสาธารณะรู้ก็ต้องทำให้มีเรื่องราวที่น่าสนใจ สิ่งที่ทำคือหยิบเอาภาพของเด็กคนหนึ่งที่กำพร้าเพราะพ่อแม่เสียชีวิตจากการโจมตีมาทำเป็นภาพขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้จากทางอากาศ ภาพนั้นดูเหมือนจะกำลังเอาไว้พูดกับผู้ที่บังคับยาน Drone เพียงคนเดียว แต่แท้จริงแล้วมันสั่นสะเทือนหัวใจคนทั้งโลก สื่อต่างๆและโซเชียลมีเดียหยิบเอาเรื่องนี้ไปพูดถึงอย่างกว้างขวาง แล้วสิ่งที่อยากจะพูดว่ามนุษย์นั้นไม่ใช่แมลงก็แผ่ขยายไปทั่วโลก

*
*

6) Campaign : Penny The Pirate
Client / Brand : Luxottica
Agency : Saatchi & Saatchi Sydney
Link :

หมวด Digital Strategy / สาขา : Digital Innovation / รางวัล : Platinum
หมวด Media Strategy / สาขา : ฺBranded Content / รางวัล : Platinum
หมวด Media Strategy / สาขา : Media Innovation / รางวัล : Silver
หมวด Effectiveness / สาขา : Innovative Use of Media / รางวัล : Gold 
หมวด Effectiveness / สาขา : Branded Content / รางวัล : Gold 

จากสถิติในออสเตรเลีย 1 ใน 6 ของเด็กมีปัญหาเรื่องสายตา ถึงอย่างนั้นพ่อแม่ก็มักไม่ค่อยพาเด็กไปตรวจแต่เนิ่นๆ ทาง OPSM จึงออกหนังสือนิทานสำหรับเด็กที่ชื่อว่า Penny the Pirate ข้างในเป็นเรื่องราวของเด็กคนหนึ่งที่อยากเป็นโจรสลัด หนังสือแต่ละหน้าจะแฝงไปด้วยวิธีการตรวจสุขภาพตาแบบที่เด็กไม่รู้ตัว เมื่อพ่อแม่ใช้เวลากับเด็กจบก็สามารถวัดผลการประเมินได้ หากมีปัญหาพ่อแม่ก็ามารถนัดไปตรวจแบบเป็นเรื่องเป็นราวที่ OPSM ได้ นิทานฉบับนี้มีแบบหนังสือและแบบแอพฯ

*
*

7) Campaign : Castrol Drive On
Client / Brand : Castrol Vietnam / Castrol CRB+ Turbo
Agency : Lowe Vietnam

หมวด Data & Analytics / สาขา : Customer Intelligence / รางวัล : Platinum 

แบรนด์ที่เกี่ยวกับน้ำมันหล่อลื่นและการบำรุงรักษารถยนต์ในเวียดนามอย่าง Castrol มียอดขายตกลงอย่างต่อเนื่อง แทนที่จะใช้วิธีแบบระยะสั้นก็ใช้วิธีระยะยาวผูกมัดใจกับคนขับรถบรรทุกที่ใช้สินค้านี้เป็นจำนวนมาก แต่ว่าคนขับรถบรรทุกต่างคนต่างขับและไม่มีหลักแหล่งแน่นอนเพราะต้องขับอยู่ตลอดเวลา ทาง Castrol จึงสร้างคอมมูนิตี้ของคนเหล่านี้ขึ้นมาโดยให้คนขับมาลงทะเบียนทั้งข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลรถผ่านแอพฯมือถือ และก็ไปสร้างจุดพักรถต่างๆทั่วประเทศ Motivation ก็คือคนขับที่เช็คอินผ่านแอพฯยิ่งมากก็ยิ่งได้สิทธิประโยชน์ตามจุดพักรถ เช่น เครื่องนวด มีเกมส์ให้เล่น ฯ ทาง Castrol ก็ได้ข้อมูลการขับก็สามารถคำนวนและส่งแจ้งเตือนการบำรุงรักษารถ คอนเทนต์ที่มีประโยชน์ พร้อมโปรโมชั่นการขายของไปที่คนขับรถได้ แคมเปญนี้มีคนละเบียนถึง 6,294 คน Brand Advocay ขึ้น +11มาร์เก็ตแชร์ขึ้น และขายสินค้าได้ถึง 3.8 ล้านลิตร

*
*

8) Campaign : BANDAID – Heal with Love
Client / Brand : Shanghai Johnson & Johnson Pharmaceuticals
Agency : BBDO/PROXIMITY CHINA

หมวด Digital Strategy / สาขา : Website & Microsites / รางวัล : Silver
หมวด Digital Strategy / สาขา : Online Content (excluding Video Content) / รางวัล : Bronze

พลาสเตอร์ยาก็คือพลาสเตอร์ยา จะกี่ยี่ห้อผู้บริโภคก็มองไม่เห็นความแตกต่าง พลาสเตอร์ยี่ห้อ BANDAID ของจีนจึงอยากลุกขึ้นมาทำแบรนด์ใหม่อีกครั้ง เลยไปจับกลุ่มแม่ๆและจับจุดที่ว่าเมื่อลูกของเราเจ็บลูกจะมีทั้งการเจ็บปวดทางกายและเจ็บปวดทางใจ ซึ่งความรักของแม่เท่านั้นที่จะช่วยรักษาเยียวยาการเจ็บปวดทางใจให้ลูกหยุดร้องไห้ได้ ไอเดียก็คือเอาพื้นที่ว่างด้านบนของพลาสเตอร์ให้กลายเป็นที่แสดงออกซึ่งความรักที่แม่มีต่อลูกบนโลกดิจิตอล แม่ที่พร้อมแชร์เรื่องนี้อยู่แล้วก็แค่เข้าไปที่เวบไซท์ เขียนความรู้สึกลงไปบนพลาสเตอร์และแชร์ออนไลน์ แม่ๆก็เลยทำตามกันใหญ่ ผลก็คือแคมเปญ “Heal with Love”  กลายเป็นท็อป Branded Content ในโซเชียลมีเดียที่ใหญ่ที่สุดของจีนอย่าง  Weibo แม่ๆที่รู้จักก็ Search หายี่ห้อนี้มากขึ้น 52 เท่า แล้วส่วนยอดขายก็พลิกกลับกลายเป็นบวก 9%

*
*

9) Campaign : Virtual Land Rover Experience
Client / Brand : Land Rover
Agency : Wunderman Shanghai
Linkhttp://vde.landrover.com.cn

หมวด Digital Strategyสาขา : Website & Micrositesรางวัล : Silver 

คนจะชอบรถ Land Rover ได้ต้องลองมีประสบการณ์จริงวิ่งไปในถนน Off Road แต่น้อยคนที่จะได้ลองจริง ที่จีนเองก็มีศูนย์ Land Rover Experience centres ที่ให้คนได้มาลองขับ แต่ก็มีจำนวนน้อยเหมือนกัน ดังนั้นวิธีแก้คือใช้ประสบการณ์ Virtual ซึ่งจะช่วยได้หากทำออกมาได้สมจริงมากๆ เวบไซท์ของ Land Rover ที่จีนสามารถทำได้ถึงระดับนั้น โดยใช้ฉากการถ่ายทำจริง มี challenge ให้เลือกถึงหกแบบ และใช้เทคโนโลยีจับความเคลื่อนไหวของศรีษะ Head Tracking ทำให้ประสบการณ์เสมือนเข้าใกล้ความจริงมากขึ้น ส่วนฉบับมือถือสมาร์ทโฟนที่ใช้วิธีจับ movement ของมือถือในการบังคับรถแทน หลังจากที่ launch ออกไป ภายในหนึ่งเดือนมีคนเข้า 1.2 ล้านคน เก็บ Leads ได้ 8,000 คน ส่วนพอครบห้าเดือนจำนวนนาทีที่คนมีประสบการณ์ในเวบรวมได้ถึง 5.4 ล้านนาที

*
*

10) Campaign : ‘Know Your English’ Web Banners
Client / Brand : British Council
Agency : Grey Group Singapore

สถาบันสอนภาษาอังกฤษ British Council ที่สิงคโปร์ ใช้วิธีเปลี่ยนแบนเนอร์โฆษณาให้กลายเป็นดิกชันนารี เมื่อเราเข้าหน้าเวบอะไรก็ตามเมื่อปรากฏแบนเนอร์ของ British Council แค่ไฮไลต์ศัพท์ที่ไม่รู้แบนเนอร์นั้นจะเปลี่ยนเป็น Talking Dictionary ทันที ไอเดียนี้เด่นตรงที่เป็นไอเดียที่เปลี่ยนโฆษณาแบนเนอร์ที่มีแต่ขายของให้กลายเป็น Utility Tools ผลลัพธ์คือยอดเข้าเวบที่มากมาย ยอดผู้ที่สนใจมากขึ้น และผู้สมัครที่เป็น English-learning courses เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

หมวด Digital Strategy / สาขา : Other Digital Solutions / รางวัล : Gold  
หมวด Media Strategy / สาขา : Digital Media / รางวัล : Gold  
หมวด Media Strategy / สาขา : Media Innovation  / รางวัล : Gold

 

*
*

11) Campaign : Share For Dogs
Client / Brand : MARS/ Pedigree Adoption Drive
Agency : Colenso BBDO

หมวด Digital Strategyสาขา : Charities, Public Health & Safety & Public Awareness Messages / รางวัล : Gold
หมวด Digital Strategyสาขา : Digital Innovation / รางวัล : Silver
หมวด Effectiveness / สาขา : Innovative Use of Media / รางวัล : Bronze

คนหลายคนชอบแชร์วีดีโอที่เกี่ยวกับน้องหมา และคนหลายคนก็มีลักษณะเป็น Slacktivism คือแสดงออกทางโลกโซเชียลว่าอยากช่วยเหลือสังคมแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นกิจลักษณะให้การช่วยเหลือจริงๆอย่างเช่นการบริจาค ทาง PEDIGREE ADOPTION DRIVE โครงการ CSR ของอาหารสุนัขเพ็ตดีกรีเลยจับเอาไอเดียสองอันนี้มาผสมกัน กล่าวคือใครทำวีดีโอที่เกี่ยวกับน้องหมาวางไว้บน Youtube แล้วถ้าวีดีโอนั้นเกิดไวรอล โฆษณาที่ปรากฏจากวีดีโอนั้นส่วนหนึ่งทาง Youtube ก็จะเอาไปบริจาคช่วยเหลือน้องหมาที่ไม่มีใครเลี้ยงดู Win กันสามต่อ


*
*

12) Campaign : IKEA Catalogue Launch – ‘Results by Design’
Client / Brand : IKEA Catalogue Launch
Agency : Match Media
Link :

หมวด Media Strategyสาขา : Integrated Use of Media / รางวัล : Gold

แคตาล็อก IKEA ที่ส่งให้ตามบ้านทุกปีเป็นอาวุธสำคัญของ IKEA ในการสื่อสารกับผู้บริโภค แต่นับวันแคตาล็อกนี้ก็หมดความขลังลง Challenge คือทำยังไงให้แคตาล็อกยังมีความหมายหมายอยู่ในยุคดิจิตอล ไอเดียแบ่งเป็นสองเฟส เฟสแรกทาง IKEA ร่วมกับดาราตลกชื่อดังของออสเตรเลียสร้าง Content ขึ้นมาหนึ่งอันโปรโมทว่าเขาอยากจะสร้างเก้าอี้แบบ Bean Back มาวางขายในห้างและลงในแคตาล็อก ปรากฏว่ามีผู้บริโภคชื่นชอบจำนวนหนึ่ง หลังจากเริ่มเป็นที่สนใจแล้ว เฟสต่อมาเป็นเรื่องการส่งแคตาล็อก ปกติการส่งแคตาล็อกจะทำการส่งผ่าน Distributor ทั่วประเทศ แต่คราวนี้ทาง IKEA ขอใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่ Distributor ทำการส่งไปแต่ละพื้นที่ โดยการวางแผนมีเดียบนออนไลน์ในจังหวะเวลาเดียวกัน รวมถึงการส่งเมสเสจบอกไปทางมือถือ ทำให้การทำ Direct Mail คราวนี้ของ IKEA มีมูลค่าสูงขึ้น ในที่สุดคนก็จดจำแคตาล็อก IKEA ได้ดีขึ้น และส่งผลต่อจำนวนคนไปที่ร้านและยอดขายก็ขึ้น

*
*

13) Campaign : #sydneygoespop
Client / Brand : NSW Government / Art Gallery of NSW
Agency : UM Sydney

หมวด Media Strategy / สาขา : Lifestyle / รางวัล : Gold

เป็นแคมเปญของ Art Gallery of NSW ที่ต้องการโปรโมทนิทรรศการ ” Pop to popism” ซึ่งพูดถึงเรื่อง Pop Art ที่โด่งดังในยุค 50 ให้กับหมู่วัยรุ่นในซิดนีย์ให้หันมาสนใจงานอาร์ตและเข้ามาชมงานนี้ วิธีการก็มีหลากอย่างตั้งแต่ตั้ง Installation ตามพื้นที่ต่างๆทั่วซิดนีย์ ร่วมกับ JCDecaux ทำสื่อ Out of Home แบบดิจิตอลที่ให้คนผ่านไปผ่านมาถ่ายภาพเซลฟี่ในฉากแบบ Pop Art พร้อมกับให้แชร์ด้วย #sydneygoespop หรือว่าร่วมกับร้านไอศกรีมเจลาโตชื่อดังให้มาออกแบบรสชาติ ‘Pop’ ด้วยกัน ในที่สุดคนที่มาชมนิรรศการก็มากกว่าที่คาดไว้สองเท่า และเกือบครึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นที่ต้องการให้มาชม

*
*

14) Campaign : Kan Khajura Tesan
Client / Brand : Hindustan Unilever / Kan Khajura Tesan
Agency : PHD India
Link :

หมวด Data & Analytics / สาขา : Database Application  / รางวัล : Gold 
หมวด Data & Analytics / สาขา : Customer Intelligence / รางวัล : Bronze

ในพื้นที่ต่างจังหวัดสาธารณูปโภคยังไม่ได้เข้าถึงมากนักแม้กระทั่งไฟฟ้า เมื่อไม่มีไฟฟ้าก็ไม่มีทั้งวิทยุและโทรทัศน์ ยากที่แบรนด์ต่างๆจะหาทางลงโฆษณาได้ ทางบริษัท Unilever แก้ปัญหานี้โดย Disrupt ไอเดียด้วยการสร้างสถานีวิทยุขึ้นมาเอง โดยเปลี่ยนโทรศัพท์มือถือที่คนส่วนมากใช้มากที่สุดในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นช่องทางมีเดียด้านเอ็นเทอร์เทนเมนต์ วิธัการง่ายๆคือแค่กดโทรศัพท์ตามขั้นตอน ทางค่ายมือถือจะโทรกลับมาพร้อมเสียงสัญญาณรายการที่เลือก และแน่นอนแนบโฆษณาสินค้าในเครือมาด้วย หลังจากที่แคมเปญนี้กำเนิดขึ้น มีจำนวนผู้ฟังไปแล้ว 32 ล้านคน โฆษณาถูกส่งไป 325 ล้านครั้ง แบรนด์ต่างๆในเครือ Unilever มี Brand Awareness มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

*
*

15) Campaign : Mistakes
Client / Brand : New Zealand Transport Agency
Agency : Clemenger BBDO

หมวด Effectiveness / สาขา : Insights / Strategic Thinking / รางวัล : Silver
หมวด Effectiveness / สาขา : Charities, Public Health & Safety & Public Awareness Messages / รางวัล :  Silver 

โฆษณานี้ถูกสร้างบนความเชื่อที่ว่า คนเราเวลาขับรถมักคิดว่าตัวเองขับรถไม่เร็วและคิดว่าตัวเองสามารถควบคุมได้ คนอื่นที่ร่วมถนนต่างหากที่เป็นปัญหา แต่ความเป็นจริงนั้นไม่ใช่ ในการขับขี่บนความเร็วขนาดนี้ ถึงแม้ผู้ขับขี่จะเป็นคนดีแค่ไหนก็ตาม แต่ความผิดพลาดเล็กๆน้อยๆที่เกิดขึ้นจากการที่เราขับรถเร็วมันไม่มีโอกาสเรียนรู้และแก้ไขใดๆได้เลย แคมเปญนี้มุ่งเน้นในการเปลี่ยนทัศนคติของคนขับรถ และมีสถิติบอกว่าที่นิวซีแลนด์ค่าเฉลี่ยความเร็วในการขับรถลดลงมากที่สุดในรอบ 20 ปี

*
*

16) Campaign : Fuji Xerox – Haus of Versant
Client / Brand : Fuji Xerox New Zealand / Versant 2100 Color Press
Agency : Republik New Zealand

หมวด Effectiveness / สาขา : Small Budget Marketing Campaign / รางวัล : Gold 
หมวด Effectiveness / สาขา : Financial Services, Commercial Public Services, Business Products & Services / รางวัล : Gold 

พรินเตอร์ราคาแพงมากอย่าง Fuji Xerox Versant 2100 ซึ่งเป็นสินค้าแบบ B2B  พลิกมุมหยิบจับเอาเรื่องศักยภาพของพรินเตอร์มาร่วมกับวงการแฟชั่นโดยจัดงาน Press ที่มีแฟชั่นโชว์ที่ชุดทั้งหมดของนางแบบพรินต์จากพรินเตอร์รุ่นนี้  วิธีการคือเมคชื่อ Fashion Designer ขึ้นมาคนหนึ่งแล้วทำ Direct Marketing  เชิญคนที่มีศักยภาพที่เป็นลูกค้ามาร่วมงาน แต่วันจริงชุดจริงๆถูกตัดโดยนักเรียนจากโรงเรียนแฟชั่น ในงานมีการโหวตชุดที่เจ๋งที่สุด งานของนักเรียนที่ถูกเลือกก็จะได้ทุนการศึกษาไป ผลลัพธ์มองที่ยอดขายที่ถึงแม้ขายได้ไม่กี่ชิ้น(เพราะราคาแพง) แต่ก็ทะลุเป้าที่ตั้งไว้

*
*

17) Campaign : Aussie Builders
Client / Brand : MARS Chocolate Australia
Agency : Clemenger BBDO

หมวด Digital Strategyสาขา : Videoรางวัล : Gold

Snickers ที่ออสเตรเลียรั้งอันดับ 8 ในบรรดาแบรนด์ Chocolate Bar ทั้งหมด แถมยอดขายก็ไม่ค่อยโต จึงต้องการให้คนพูดถึงอีกครั้ง คอนเซ็ปป์ของแบรนด์ Snickers คือเมื่อคุณหิวคุณจะไม่เป็นตัวของตัวเอง หรือ ‘You’re Not You When You’re Hungry’ ซึ่งใช้กันทั่วโลก โปรเจคนี้ต้องการเข้าถึงคนออนไลน์โดยหาคอนเทนต์อะไรสักอย่างที่ไม่ใช่เอา TVC มาแปะลงบนออนไลน์ แต่สร้างอะไรขึ้นมาใหม่ที่มันเป็นประเด็นให้มีการพูดถึง ก็เลยหยิบเอาเรื่องคนงานตามไซท์ก่อสร้างที่ชอบแซวหญิงที่ผ่านไปผ่านมาหรือที่เรียกกันว่า cat-calls มาพลิกการแซวแทนที่จะเป็นเรื่องเถื่อนๆคุกคามเพศหญิงก็กลายเป็นกลายเป็นพูดตรงกันข้ามไปซะนี่ คลิปนี้กลายเป็นประเด็นหมิ่นเหม่พอสมควรจนกลายเป็น controversial แล้วสื่อใหญ่ก็หยิบเอาไปออกข่าวในที่สุด

*
*

18) Campaign : How To Drink Properly
Client / Brand : DrinkWise Australia
Agency : Clemenger BBDO
Linkhttp://howtodrinkproperly.com , https://www.facebook.com/drinkproperly , https://twitter.com/drinkproperly , https://instagram.com/drinkproperly/

หมวด Digital Strategy / สาขา : Digitally Integrated Campaignรางวัล : Silver

Drinkwise Australia เป็นองค์กรที่คล้ายกับ สสส. บ้านเราซึ่งประสบ ไม่สามารถสื่อสารเรื่องการห้ามดื่มจนเมาของวัยรุ่นได้ดีเท่าไหร่นัก แคมเปญนี้จึงมาในลักษณะที่ว่าดื่มน่ะดื่มได้ แต่ดื่มให้มีคลาส โดยปรับภาษาของคอนเทนต์ให้โดนใจคนกลุ่มนี้มากขึ้น เข้าใกล้ความรู้สึกนึกคิดของวัยรุ่นมากขึ้น ไม่ได้เตือนเชยๆแบบสมัยก่อน ใช้การสื่อสารแต่ละช่องทางทั้งออฟไลน์และบนออนไลน์อย่าง Youtube , Facebook หรือ Twitter โดยปรับให้เข้ากับแต่ละสื่อได้ดี แคมเปญนี้เคลมว่าภายใน 8 สัปดาห์วัยรุ่น 1 ใน 3 ดื่มเหล้าน้อยลงจริงๆ

 

 

 

Advertisements