Home

เขียนให้กับ : brandbuffet.in.th

เขียนเมื่อ : 25/5/2015

 

 

D&AD หรือ British Design & Art Direction เป็นเวทีประกวดด้านครีเอทีฟนานาชาติอีกเวทีหนึ่งที่่คนโฆษณาต่างใฝ่ฝันอยากได้ไม่ต่างจาก Cannes Lion มีการแข่งขันกันสูงจากเหล่าเอเจนซี่ทั่วโลกเรียกได้ว่าการได้รางวัลนี้ถือเป็น Rare Item ที่ได้มายากและใครต่อใครต่างอยากได้มาครอบครอง หมวดรางวัลของ D&AD มีด้วยกันหลายหมวด  แบ่งออกเป็นประเภทของรางวัลที่แตกต่างจาก Gold, Silver หรือ Bronze ในเวทีอื่นที่เรารู้จักกัน โดยรางวัลของ D&AD แบ่งประเภทรางวัลดินสอออกเป็น Black Pencil ที่เทียบเท่ากับกรังปรีซ์ และ Yellow Pencil ที่เทียบเท่ากับโกลด์ นอกจากนั้นยังมีรางวัล Graphite Pencil (เดิมคือ Nomination) ที่เทียบเท่ากับซิลเวอร์ และ Wood Pencil (เดิมคือ In  Book) ที่เท่ากับบรอนซ์  และยังมี White Pencil สำหรับรางวัลที่ใช่ความคิดสร้างสรรค์ในการเปลี่ยนโลกใบนี้ให้ดีขึ้น

สำหรับหมวดของ D&AD ที่เกี่ยวข้องกับดิจิตอลได้แก่  Digital Marketing , Mobile Marketing และ Digital Design ปีนี้ทั้ง 3 หมวดไม่มีรางวัล Black Pencil ซึ่งถือเป็นรางวัลสุดยอดของ D&AD  แต่เราก็ได้เลือกออกมาให้ดูกันวันนี้จำนวน 39 รางวัล งานส่วนมากอยู่ระหว่างปลายปี 2013 จนถึงต้นปี 2015 โดยเน้นที่ Yellow Pencil กับ Graphite Pencil เป็นหลัก แต่ก็ยังมี Wood Pencil สำหรับเคสที่น่าสนใจด้วยเช่นกัน

 

 หมวด Digital Marketing 

1) Campaign :Unskippable

โฆษณาบน Youtube มีเวลาไม่มีวินาทีก่อนที่คนทั่วไปจะสามารถกด Skip Ads ได้ บริษัทประกันภัย Geico เลยทำเป็นไอเดียให้ Ads จบเร็ว พร้อมกับคำพูดที่ว่า ‘You can’t skip this GEICO ad, because it’s already over.’ ความน่าสนใจอยู่ที่เรื่องราวหลัง Ads จบที่ชวนคนให้ดูต่อไปเรื่อยๆโดยไม่กด Skip ที่ทั้งเพลิดเพลินทั้งลุ้นต่อว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ส่วนสิ่งที่แบรนด์ได้ก็คือโลโก้ตัวบะเร่อที่แปะอยู่ตรงกลางที่พร้อมให้คนซึมชื่อแบรนด์เข้าสู่สมองไปเรื่อยๆ ยาวเท่าที่คนดูจะเลิกดู Ads

สาขา : Digital Adverts
Awards : Yellow Pencil
Client : Geico
Agency : The Martin Agency

 

2) Campaign : Classicals Behind the Classics

ที่บราซิลคนไปดูการแสดงซิมโฟนีออเครสต้าส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า 65 ปี แล้วจะทำยังไงให้ Brazilian Symphony Orchestra (OSB) สามารถสร้างกลุ่มเป้าหมายใหม่ซึ่งมีอายุน้อยลงได้ ในที่สุดสิ่งที่ค้นพบก็คือ กลุ่มเป้าหมายนั้นจริงๆก็ชอบเพลงซิมโฟนีอยู่แล้วจาก Cinema Theme ตามหนังฮอลลีวู้ดดังๆ เพียงแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้น ทางครีเอทีฟเลยทำโฆษณาผ่านช่องทางเหล่านี้บนยูทูป โดยไปคุยกับผู้อัพโหลดคลิปเหล่านั้นให้มีปุ่มแบนเนอร์เพิ่มไปบนคลิปที่บอกว่า “Click to see what’s behind the movie” เมื่อคลิกไปก็จะเข้าเวบกลายเป็นวงออเครสต้าที่เล่น Syncพอดีกับเพลงนั้นโผล่ขึ้นมา ผลก็คือตั๋วขายเกลี้ยงทั้งปี

สาขา : Digital Adverts
Awards : Graphite Pencil
Client : Brazilian Symphony Orchestra
Agency : Artplan

 

3) Campaign : Skip AD Festival

เป็นแคมเปญโปรโมทรายการ The Voice ของบราซิลโดยเปลี่ยนการรอโฆษณาบนยูทูปให้จำลองเป็น Judge ในรายการที่ชี้ชะตานักร้องแต่ละคนว่าใครเข้ารอบไม่เข้ารอบ โดยจะเป็นการสุ่มนักร้องที่เข้าแข่งขัน (คนละการแข่งขันกับผู้แข่งขัน The Voice)  ขึ้นมาปรากฏในโฆษณาถ้าเรากด Skip ก็คือถือว่าเราไม่เลือกคนๆนั้นให้เข้ารอบ ถ้าเราฟังต่อจนยอดวิวนับ ผู้ชนะที่ได้ยอดวิวสูงสุดก็จะได้ทำเพลงร่วมกับ Sony Music

สาขา : Digital Adverts
Awards : Graphite Pencil 
Client : Sony Entertainment Television
Agency : Publicis Brasil Comunicação – São Paulo

 

4) Campaign : The Other Side

เป็นงานขายความเท่ห์ของรถเต็มๆ รถฮอนด้าถูกมองว่าเป็นรถที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ แต่จริงๆแล้วฮอนด้ามีมากกว่านั้นซึ่งก็คือสมรรถนะของรถในการแข่ง นั่นก็คือตระกูล Type R  โซลูชั่นการนำเสนอเป็นวีดีโอที่ซ้อนเรื่องราวคล้ายกับมีโลกเสมือนอยู่สองด้าน ถ้าเข้าไปดูในเวบก็จะเห็นตัวละครที่เป็นชายคนหนึ่งอยู่ในภาคของแฟมิลี่แมน และอีกภาคคือภาคโลกแอคชั่นที่ตื่นเต้น การเปลี่ยนไปดูทั้งสองภาคเพียงกด ‘R’ บนคีย์บอร์ด (เล่นคำกับคำว่า Type R ได้เหมาะเจาะมาก) แม้วิธีที่เรียกว่า Double-Sided Story จะดูไม่ใหม่แต่ Art Direction ของเอเจนซี่นี้สุดยอดมาก มั่นใจได้ว่าใครลองเข้าไปเผลอเล่นจะต้องดูจนจบ และต้องมีความเคลิบเคลิ้มอยากได้ซีวิครุ่นนี้ไม่มากก็น้อย

สาขา : Digital Adverts
Awards : Graphite Pencil
Client : Honda
Agency : Wieden+Kennedy London
Link : http://hondatheotherside.com/

 

5) Campaign : Hopeily

เมื่อสภากาชาดอเมริการ่วมมือกับ bit.ly ที่ให้บริการย่อเวบไซท์ (Shorten URL) จากคำว่า bit.ly ธรรมดาเป็น hope.ly เมื่อคนทำการย่อ URL แล้วส่งต่อไปให้คนคลิกผ่านลิงค์นี้ก็จะเห็นแถบข้อความโฆษณาซ้อนอยู่ด้านบนสุดของเวบจาก Red Cross ให้ช่วยบริจาค เป็นการสร้าง Awareness เข้าถึงโอกาสที่จะมีผู้บริจาคได้มหาศาล

สาขา : Digital Tools & Utilities
Awards : Wood Pencil 
Client : American Red Cross & Bitly
Agency : BBDO New York
Link : http://hopely-entry.com

 

6) Campaign : Pay Per Laugh

โรงละครต่างๆในสเปนประสบปัญหาคนดูน้อยลงเพราะรัฐบาลขึ้นภาษีทำให้คนหันไปเสพสื่อบันเทิงอย่างอื่นมากขึ้น การแข่งขันก็ทำให้ตัดราคากันเอง โรงละครแสดงตลกที่ชื่อ Teatreneu จึงลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงถึงระดับกลยุทธ์การตั้งราคา แทนที่จะคิดค่า
ตั๋วแบบเดิมคือคิดเป็นค่าเข้าแต่ละครั้ง ก็เปิดให้เข้าฟรี แต่ว่าจะเริ่มคิดราคาตามการหัวเราะแต่ละครั้ง โดยแต่ละที่นั่งจะมีระบบ Face Detection ที่จะมาจับว่าเราหัวเราะอยู่หรือเปล่า เมื่อหัวเราะครั้งหนึ่งก็คิดราคาครั้งหนึ่งทีละน้อยๆ สรุปว่าท้ายที่สุดคนก็มาดูมากขึ้น กลายเป็นข่าวดัง และกลายเป็นว่าราคาเฉลี่ยต่อหัวเมื่อเทียบกับราคาต่อตั๋วแบบเดิมนั้นสูงขึ้นเดิมเสียอีก

สาขา : Digital Adverts
Awards : Wood Pencil
Client : Teatreneu
Agency : The Cyranos McCann

 

7) Campaign : Living With Lag 

บริษัทอินเตอร์เน็ตบอร์ดแบนด์ของสวีเดนอยากโปรโมทเรื่องความเร็วของเน็ต แต่กลับใช้วิธีตอกย้ำเรื่องความช้าแทน ปกติศัพท์ที่ชอบใช้เวลาที่เราเจออินเตอร์เน็ตช้าๆ เราชอบเรียกว่า Lag จึงหยิบยกเรื่อง Lag นี้ออกมาอยู่ในโลกออฟไลน์โดยสร้าง Branded Content ทดลองการใช้ชีวิตประจำวันด้วยเครื่องมือที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อทำให้ดูว่าหากทุกอย่างช้าลงไป 3 วินาที ชีวิตจะเป็นอย่างไร  คอนเทนต์ในโฆษณาเลยออกมาเลยดูแปลกแหวกแนวเป็นที่ชื่นชอบของหลายๆคน

สาขา : Digital Adverts
Awards : Wood Pencil 
Client : Umeå Energi
Agency : ANR BBDO

 

8) Campaign : CNA Speaking Exchange

การฝึกภาษาอังกฤษไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ฝึกฝนกับเจ้าของภาษา สถาบันสอนภาษาของบราซิลเกิดปิ๊งไอเดียอยากให้นักเรียนได้ฝึกฝนลักษณะนี้เช่นกัน ไม่มีอะไรดีไปกว่าการจับคู่คนที่มีความต้องการแบบเดียวกัน ฝั่งหนึ่งนักเรียนจากบราซิล (ที่ปกติพูดภาษาโปรตุกีซ) ก็อยากฝึกฝนภาษาอังกฤษ อีกฝั่งจากทางอเมริกาที่บ้านพักคนชราที่ก็อยากมีใครสักคนที่อยากคุยด้วย กลายเป็นคอร์สเรียนภาษาที่ให้นักเรียนต้องคุยกับเจ้าของภาษาจริงๆ การจะผ่านเกณฑ์ก็ต้องใช้ Web Cam คุยกับคนที่อยู่คนละฝั่งประเทศ กลายเป็นเรื่องราวที่อบอุ่นและ Win-win กันทั้งคู่ เป็นไอเดียที่ได้ Human Touch และตอบโจทย์มากๆ

สาขา : Digital Tools & Utilities
Awards : Yellow Pencil
Client : CNA
Agency : FCB Brasil

 

9) Campaign :  The Universal Typeface

เป็นงานของแบรนด์ปากกาลูกลื่นที่แสนจะธรรมดา แต่ในเมื่อปากกาคู่กับการเขียน การเขียนคู่กับลายมือ วันดีคืนดีปากกายี่ห้อนี้สงสัยว่าแล้วลายมือของคนทั่วโลกเป็นอย่างไร จึงเชิญชวนให้ทุกคนส่งลายมือของตัวเองเข้ามาผ่านระบบ touch screen บน
ดิจิตอล จากนั้นระบบจะทำการรวมทุกลายมือให้กลายเป็นลายมือสากลของทุกคนบนโลกใบนี้และในที่สุดกลายเป็น Font ให้คนดาวน์โหลดไปใช้กัน การส่งลายมือยังคงเพิ่มขึ้นทุกวัน ปัจจุบันนี้มีคนส่งมาแล้ว 1.7 ล้านตัวอักษร ในเวบไซท์เรายังเลือกดูและโหลด ฟอนต์ตามประเทศที่ส่ง เพศ ช่วงอายุ ความถนัดมือซ้ายนขวา และกลุ่มอาชีพได้อีกด้วย

สาขา : Websites
Awards : Graphite Pencil
Client : BIC
Agency : DDB Group GmbH
Link : http://theuniversaltypeface.com

 

10) Campaign : Night Walk in Marseille

เริ่มจากเป็นโปรเจคพิเศษของศิลปินที่ชื่อ Julie de Muer ที่ตามเก็บเสียง Audio Walks ตามจุดต่างๆในเมือง Marseille ประเทศฝรั่งเศษ ทาง Google จึงเชิญมาต่อยอดโดยเป็นการทำแผนที่ Night Walk ที่เรียกว่าเป็น Night Time Street View
ครั้งแรก เพื่อที่จะได้ซึมซับการบันทึกเสียงต่างๆแบบ 360 องศา ลองสวมหูฟังชั้นดีแล้วลองเข้าไปเล่นในเวบไซท์ดู

สาขา : Websites
Awards : Wood Pencil
Client : Google
Agency : 72andSunny
Link : https://nightwalk.withgoogle.com/en


 

11) Campaign : ANZ GAYTMs

ธนาคาร ANZ เป็นสปอนเซอร์งาน Gay and Lesbian Mardi Gras ที่ซิดนีย์ ซึ่งเป็นมหกรรมใหญ่ในที่ให้อิสระชาวเกย์และเลสมาเฉลิมฉลองกันสุดเหวี่ยง ธนาคารจึงอยากหาช่องทางที่อยากจะพูดถึงเรื่องสปอนเซอร์นี้ให้มากที่สุด และไม่มีอะไรดีกว่าบรรดาตู้ ATM ที่อยู่ในละแวกที่จัดงาน จึงเปลี่ยนตู้ ATM ให้กลายเป็น GAYTM โดยการตกแต่งตู้ที่ปกติดูแข็งทื่อให้กลายเป็นสีสันฉูดฉาดแบบเดียวกับงาน แม้กระทั่งสลิปที่ออกมายังทำเป็นสีรุ้งเขียนว่า ‘Cash out and proud’ แถมค่าธรรมเนียมทั้งหมดที่คนมากดในงานนี้ถูกนำไปบริจาคให้การกุศลอีกต่างหาก ด้วยความแปลกแหวกแนวและโดนใจชาวเกย์ทำให้ตู้ GAYTM นี้กลายเป็นสิ่งที่เรียกว่า ‘Remarkable’ เหล่าเกย์และเลสเปี้ยนก็มาถ่ายรูปกับตู้นี้เต็มไปหมด เรื่องไปถึงสื่อใหญ่ จึงมาทำข่าวและกลายเป็น Word of Mouth ระดับชาติอย่างแท้จริง จากที่เป็นเพียงแค่ตู้ ATM ไม่กี่ตู้เท่านั้นเอง

สาขา : Use of Social Media
Awards : Graphite Pencil
Client : Emma Bullen
Agency : Whybin\TBWA

 

13) Campaign : Zombie Followers

เมื่อต้องโปรโมทซีรีส์ยอดฮิตอย่าง The Walking Dead ทางครีเอทีฟก็เลยเลือกหยิบสิ่งที่มีอยู่แล้วในโลกโซเชียลมีเดียที่ตรงกับนิสัยของซอมบี้คือ คือชอบติดตาม (follow) เหยื่อ โดยไปสร้างแอคเคาท์ทวิตเตอร์จริงที่มีโปรไฟล์เป็นซอมบี้ประมาณ 8000 ตัว แล้วไปติดตามคนดังต่างๆภายในคืนเดียว พอคนเหล่านั้นตื่นมาเห็นใครมาตามเยอะก็ตกใจ กลายเป็นข่าวแชร์ต่อๆกันทันที คำสามามคำที่อยากยกให้แคมเปญนี้คือ “ง่าย ดี โดน”

สาขา : Use of Social Media
Awards : Graphite Pencil
Client : Foxtel
Agency : Clemenger BBDO Sydney

 

14) Campaign : Dead Man Tweeting

องค์กรที่ช่วยเหลือโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง ที่ชื่อ ALS Foundation Netherlands เมื่อสามปีที่ที่แล้วออกแคมเปญที่ฮือฮามาก่อน ที่นำเอาผู้ป่วยโรคนี้มาถ่ายทำโฆษณาและเมื่อผู้ป่วยเหล่านี้เสียชีวิตลงจึงค่อยนำออกมาสู่สายตาคนทั่วไป impact นั้นรุนแรงมาก ยอดบริจาคมากมายแต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อการนำไปวิจัยรักษาโรคนี้ ในปีนี้ไอเดียจึงเป็นต่อยอดไอเดียเดิม โดยเชิญคนไข้กลุ่มใหม่ เมื่อพวกเขาเสียชีวิตลงกลับเกิด Tweet จากบุคคลเหล่านี้ ไม่ใช้แค่ดูแล้วหลอน แต่ๆละ Tweet ยังเป็นการขอเงินบริจาคมากขึ้นด้วย

สาขา : Use of Social Media
Awards : Wood Pencil 
Client : ALS Foundation Netherlands
Agency :  Publicis Netherlands

 

15) Campaign : Build a GLA on Instagram

เป็นงานที่ไม่ค่อยคิดว่าจะได้เห็นจากรถหรูอย่าง Mercedes-Benz ที่เอาลูกเล่นของ Instagram มาทำเป็นเหมือนแคตตาล็อกของ GLA Class ที่ให้เรามาเลือกส่วนต่างๆของรถเอง ท้ายสุดก็ออกมาเหมือนรถที่เหมาะกับความชอบของเราพร้อมราคา เป็นการทำ Gamification ให้เราสนุกกับมัน

สาขา : Use of Social Media
Awards : Wood Pencil 
Client : Mercedes-Benz USA
Agency : Razorfish New York

 

16) Campaign : Learn the Hard Way

องค์กร The Prince’s Trust เป็นองค์กรที่คอยช่วยเหลือผู้เยาว์ที่มีปัญหาต่างๆ อาทิ ไร้บ้าน ปัญหาสุขภาพจิต เสี่ยงต่อความรุนแรง ความยากจน ฯ ให้มีอนาคตที่ดียิ่งขึ้น สิ่งที่องค์กรนี้ตระหนักก็คือเด็กเหล่านี้ขาดโอกาสที่จะมีเรียนรู้ทักษะเพื่อออกไปทำงานจริงในชีวิต แต่สิ่งที่เด็กเหล่านี้ได้มาเป็นการทดแทนคือทักษะในการเอาตัวรอดที่ได้มาจากการสู้ชีวิตที่ยากลำบาก ทาง The Prince’s Trust จึงออกแคมเปญเพื่อโปรโมททักษะพิเศษของเด็กเหล่านี้โดยมุ่งไปที่สังคมออนไลน์ที่เกี่ยวกับการทำงานนั่นก็คือ Linkedin ในเวบนี้มีฟีเจอร์ที่มีอยู่แล้วคือ Skills & Endorsements ที่ๆคนในเน็ตเวิรค์มาช่วยลงเสียงสนับสนุนทักษะพิเศษ แคมเปญเริ่มโดยการสร้างโปรไฟล์ของเด็กหนึ่งคนแล้วเชิญชวนผู้ใหญ่ที่มีชื่อเสียงในบริษัทต่างๆมาช่วย endorse ทักษะของเด็ก เช่น  resourceful (แก้ปัญหาเก่ง) หรือ Fast Learner (เรียนรู้อะไรได้เร็ว) เพื่อสร้างข่าว ต่อมาถ้าใครบังเอิญได้เข้ามาพบเห็นและต้องการสนับสนุนองค์กรนี้ก็แค่ไป Endorse ทักษะของเด็กคนนี้สักอย่าง ก็เท่ากับเป็นการสร้างให้เกิดไวรอลต่อๆไปในแพลตฟอร์ม Linkedin ท้ายที่สุดคนที่อยู่ในองค์กรที่มีอำนาจในการตัดสินใจรับคนก็ได้รับรู้ว่าเด็กเหล่านี้ก็มี Skill พิเศษที่น่ารับไว้ทำงานเช่นกัน

สาขา : Use of Social Media
Awards : Wood Pencil
Client : The Prince’s Trust
Agency : CHI & Partners

 

17) Campaign : Radiant Return

ผงซักฟอก Radiant ต้องการบอกว่านอกจากซักสะอาดหมดจดยังทำให้สีของผ้ายังคงเหมือนใหม่ เลยพิสูจน์โดยการไปซื้อเสื้อผ้าจริงจากร้านค้าจริงๆแล้วแอบถ่ายไว้ จากนั้นก็ไปทำให้เปื้อนระเนระนาดตามสถานการณ์ต่างๆแถมถ่ายออกมาเป็น Webisode  ให้ดูกันจะจะในออนไลน์ จากนั้นนำไปซักให้สะอาดแล้วทำทีไปคืนเสื้อ(ประมาณว่าไม่ชอบ) สรุปว่า 13 ใน 14 ร้านดูไม่ออกและยอมให้คืน ยอดขายขึ้นมากในที่สุดในรอบ 5 ปี

สาขา : Integrated Digital Campaigns
Awards : Graphite Pencil
Client : PZ Cussons
Agency : DDB Melbourne

 

18) Campaign : Jegg Bridges Sleeping Tape

Squarespace เป็นเครื่องมือที่ให้ใครต่อใครทำเวบไซท์เท่ห์ๆได้แบบง่ายๆ การจะทำโฆษณาทั้งทีต้องสร้างความแตกต่างและขายสินค้าได้ จึงเลือกดาราชื่อดังอย่าง Jeff Bridges มาทำอัลบั้มเพลงพิเศษที่เอาไว้กล่อมคนให้นอนหลับหรือที่เรียกว่า Sleeping Tapes ซึ่งทุกคนต้องเข้าไปเวบไซท์ของ Jeff นอกจากเวบจะสวยแล้ว ยังมีฟีเจอร์ให้ลองฟังเพลง ดาวน์โหลด หรือสั่งซื้อแผ่นไวนีลได้ ยอดขายที่ได้เอาไปบริจาคหมด ที่พิเศษคือนอกจากไอเดียนี้จะแปลกแล้ว ยังไปทำ TVC แปลกๆลงในช่วงถ่ายทอดสด Super Bowl เลยเรียกเสียงฮือฮาได้เหลือเชื่อ

สาขา : Integrated Digital Campaigns
Awards : Graphite Pencil
Client : Squarespace
Agency : Wieden+Kennedy New York
Link : http://www.dreamingwithjeff.com

 

19) Campaign : Nazis Against Nazis – Germany’s Most Involuntary Charity Walk

ทุกๆปีเมืองเล็กๆของเยอรมันที่ชื่อ Wunsiedel เมืองที่เป็นสัญลักษณ์ของยุคนาซี ยังมีพวกนีโอนาซีซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ยังสนับสนุนลัทธินี้อยู่มารวมตัวกันมาเดินรำลึกคล้ายกับการจาริกแสวงบุญ แทนที่ชาวเมืองจะใช้วิธีการต่อต้านแบบเดิมๆในปี 2014 กลับมีความคิดพิเศษคือใช้วิธีแบบเหน็บแนมประชดประชันแทน เริ่มด้วยป้ายแบนเนอร์ที่ทำเหมือนสนับสนุนการเดินครั้งนี้ พื้นถนนเขียนว่าทุกๆก้าวที่เดินจะมีการบริจาคให้ 10 ยูโร กลุ่มคนพวกนี้กว่าจะรู้ตัวก็เดินมาถึงปลายทางที่ได้รับบริจาคไป 10,000 ยูโร แต่เงินบริจาคนั้น (ที่ถูกรวบรวมขอรับบริจาคมาก่อนแล้ว) กลับถูกประกาศว่าจะนำไปให้องค์กร EXIT Deutschland องค์กรที่ช่วยให้คนที่เป็น Extremist เหล่านี้เลิกยึดถือลัทธิแล้วกลับไปใช้ชีวิตปกติสุขได้ สรุปว่าคนมาเดินรำลึกครั้งนี้ไม่รู้ตัวเลยว่ากลายเป็นการเดินเพื่อการกุศลเพื่อต่อต้านตัวเองไปซะนี่ แคมเปญนี้ชาวไทยอาจจะเข้าใจยากสักหน่อยนะครับ ส่วนที่เป็นดิจิตอลของงานนี้คือมี Microsite ให้คนทั่วไปได้ติดตามขณะที่คนเหล่านี้กำลังเดินอยู่ แล้วสามารถส่งข่าวต่อออกไปให้คนทั่วไปได้รับรู้ เป็นแคมเปญที่แสบจริงๆ
สาขา : Tactical Digital Marketing
Awards : Yellow Pencil

สาขา : Integrated Digital Campaign
Awards : Wood Pencil
Client : ZDK Gesellschaft Demokratische Kultur
Agency : GGH Lowe/Grabarz & Partner

Link : http://rechts-gegen-rechts.de/

 

20) Campaign : Spot 4 Sale

เป็นเรื่องที่ค่อนข้างคอนทราสต์ในชาติเมื่อวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเป็นผู้ไร้บ้านต้องนอนริมถนน ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งนอนริมถนนเช่นกันแต่เพื่อต่อคิวซื้อ Iphone 6 องค์กรการกุศลเห็นเรื่องนี้เป็นโอกาสจึงสร้างทีมที่ชื่อ Spot 4 Sale พร้อมป้ายไปนอนรอต่อแถวซื้อ Iphone เช่นกัน นอกจากจะเป็นจุดเด่นจนสื่อไปตีข่าวแล้ว คิวที่ทีมนี้จองไว้ก็ประกาศขายต่อคิวที่ ebay เพื่อให้คนที่อยากได้ Iphone แต่ไม่อยากนอนรอมาซื้อคิวต่อ สรุปขายไปได้ 570 ปอนด์ แต่มูลค่าสื่อที่ได้หลักล้าน

สาขา : Tactical Digital Marketing
Awards : Graphite Pencil
Client : Depaul UK
Agency : Publicis London

 

21) Campaign : House of Mamba

แคมเปญของไนกี้ที่จีนที่มีการแข่งขันหานักบาสเก็ตบอลรุ่นใหม่ที่ชื่อว่า RISE แคมเปญนี้ได้ Kobe Bryant มาช่วยฝึกสอนทำให้แคมเปญมีสีสันมากขึ้น แต่ที่เป็นไฮไลต์อีกอย่างคือสนามบาสที่ชื่อ House of Mamba ที่ติดตั้งระบบ Interactive ด้วย LED บนพื้นสนามเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ติดตามความเคลื่อนไหวผู้เล่น ทำให้การฝึกสอนเต็มไปด้วยสีสันและความเร้าใจทั้งผู้แข่งขันและคนดู งานล้ำและเท่ห์มาก

สาขา : Innovative Use of Technology
Awards : Yellow Pencil
Client : Nike
Agency : AKQA London

 

22) Campaign : The Social Swipe

องค์กรการกุศลมักขาดเงินช่วยบริจาค ไม่เว้นแม้กระทั่งองค์กร MISEREOR ที่เงินเพียงเล็กน้อยก็ช่วยเหลือความยากจนและปัญหาความเหลื่อมล้ำทางยุติธรรมของคนในประเทศโลกที่สามได้ องค์กรนี้ใช้ไอเดียพฤติกรรมในชีวิตประจำวันของคนยุโรปนั่นก็คือการรูดบัตรเครดิตซื้อของให้เปลี่ยนมาเป็นโปสเตอร์ที่รูดบัตรได้แล้วบริจาคทันที การที่คนเราได้เข้าไป engage เพียงเล็กน้อยก็ทำให้คนที่บริจาครู้สึกดีขึ้นได้ทันที งานนี้สำเร็จได้เพราะเทคโนโลยีการชำระเงินผ่านบัตรที่รวดเร็วกับการผสมผสาน interactive เข้าไปในไอเดีย

สาขา : Innovative Use of Technology
Awards : Graphite Pencil
Client : Bischoefliches Hilfswerk MISEREOR e.V.
Agency : Kolle Rebbe

 

23) Campaign : Clever Buoy

เป็นงานที่แบรนด์มองหาโอกาสที่อยู่รอบตัวผู้บริโภค ที่ออสเตรเลียมี Social Tension เรื่องปัญหาปลาฉลามที่มักทำร้ายนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำตามชายหาดอยู่เสมอๆ วิธีการแก้ปัญหาคือการฆ่าฉลามซึ่งก็ก่อให้เกิดความไม่พอใจและเกิดการประท้วงในเวลาต่อมา Optus ค่ายโอเปอเรอเตอร์มือถืออันดับสองของออสเตรเลียถือโอกาสนี้ในการแก้ปัญหาโดยสร้างนวัตกรรมใหม่เป็นทุ่นลอยน้ำที่จับความเคลื่อนไหวของฉลามได้ เมื่อฉลามว่ายเข้ามาในวิสัยของทุ่นก็ส่งข้อมูลดาวเทียมผ่านไปให้ Lifeguard ด้วยสัญญาณอันรวดเร็วของ Optus และ Google+ เพื่อเตือนภัยและส่งข้อมูลเดียวกันไปให้นักวิทยาศาสตร์เพื่อทำการวิจัย แม้บรีฟจะเป็นเรื่อง Brand Perception แต่สิ่งที่ทำออกมาเป็นมากกว่าแคมเปญ เป็นมากกว่า CSR แต่เป็นการเปลี่ยนมุมมองการทำธุรกิจของ Optus ไปด้วยเลยทีเดียว

สาขา : Innovative Use of Technology
Awards : Graphite Pencil
Client : Optus
Agency : M&C Saatchi Sydney

 

24) Campaign : The Pursuit

Equinox เป็นแนวสปอร์ตคลับและยิมเท่ห์ๆของทางฝั่งอเมริกา แต่ละสาขาของ Equinox มีสตูดิโอสำหรับการเทรนนิ่งการปั่นจักรยาน ปกติก็เป็นเพียงคลาสที่มาร่วมกันปั่นเฉยๆแต่ละคนก็ปั่นและรู้ผลส่วนตัวจากเครื่องกันไป แต่ทาง Equinox อยากทำให้ประสบการณ์ของผู้ปั่นมีมากกว่านั้น โดยใช้เทคโนโลยีที่ทำให้ผู้ปั่นทั้งคลาสรู้ผลของตัวเองและของทีมรวมถึงการแข่งขันกันอย่างละเอียด ลักษณคล้าย Nike+ วิคราะห์เชิงลึกกันขนาดนี้ก็ย่อมเป็นที่ชื่นชอบของคนที่มาที่คลับเลยทีเดียว

สาขา :  Innovative Use of Technology
Awards : Wood Pencil (ชิ้นงานนี้ยังได้รางวัล Graphite Pencil ในสาขา Digital Design หมวด Digital Design ด้วย)

Client :  Equinox
Agency :  R/GA
Link : http://www.equinox.com/thepursuitbyequinox

 

 

 หมวด Mobile Marketing 

25) Campaign : Movie Emoji

ไม่รู้ว่าที่มีอยู่ช่วงหนึ่งเขาฮิตเล่นเอา Emoji มาเป็นคำใบ้ทายชื่อหนังมาจากแคมเปญนี้ หรือแคมเปญนี้เอาลูกเล่นเรื่องนี้มาใช้อีกที ค่ายมือถือ Singtel ของสิงคโปร์ต้องการโปรโมท Mobile TV เมื่อมีฐานข้อมูลผู้ใช้มือถืออยู่แล้ว การโฆษณาที่ง่ายที่สุดคือส่ง Text หรือ SMS แบบที่ทั่วๆไปทำ แต่ว่าคงน่าเบื่อและน่ารำคาญไปหน่อย จึงหยิบไอเดียความเป็นเกม (และความไม่ยอมแพ้ต่อเกม) มาเล่น โดยใช้ลูกเล่นที่มีอยู่อย่างจำกัดอย่าง Emoji มาเล่นใบ้คำทายชื่อหนังกัน แค่ Text ตอบกลับมาถูกก็ดูหนังเรื่องนั้นผ่าน Mobile TV ไปเลยฟรีๆ เป็นการตะล่อมให้ผู้บริโภคเกิด Trial แบบยินยอมพร้อมใจจริงๆ

สาขา : Mobile Adverts
Awards : Yellow Pencil
Client : SingTel
Agency : Ogilvy & Mather Singapore

 

26) Campaign : #LastSelfie

เป็นการร่วมมือกันระหว่าง WWF และแอพ Snapchat แอพแชทยอดฮิตของหมู่วัยรุ่นในอเมริกาที่มีความพิเศษคือ เมื่อแชทเสร็จข้อความเหล่านั้นจะหายไปภายใน 10 วินาที ประมาณว่าไม่เก็บหลักฐานใดๆไว้เลย ซึ่งก็อุปมาอุปไมยเหมือนสัตว์สปีชีส์หายากต่างๆที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มีโอกาสหายไปตลอดกาลในเวลาอันสั้น เลยเกิดเป็นโฆษณาเซลฟี่ภาพสัตว์ต่างๆพร้อมประโยคที่จี้ใจคนเห็นที่พร้อมจะหายไปภายในเวลาแค่ 10 วินาที

สาขา : Mobile Adverts
Awards : Wood Pencil
Client : WWF Turkey
Agency : 41? 29! Media

 

27) Campaign : Rip Curl Search GPS

เมื่อคนวิ่งยังมีแอพอย่าง Nike+ แล้วทำไมคนเล่นเซิรฟ์จะมีบ้างไม่ได้ Rip Curl เป็นแบรนด์ที่ผูกขาดกับกิจกรรม Surfing อยู่แล้ว จึงพัฒนาแอพฯที่ใช้ควบคู่กับ Device ที่นักโต้คลื่นสามารถเก็บบันทึกการเล่นของตัวเองแล้วแชร์ให้คนอื่นได้รู้ สุดท้ายข้อมูลการเซิรฟ์ที่เก็บไว้แต่ละที่ก็เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ต่อคนที่ชอบโต้คลื่นทั่วโลก

สาขา : Mobile Apps
Awards : Yellow Pencil
Client : Rip Curl
Agency : VML Australia

 

28) Campaign : Look At Me

แอพฯจากซัมซุงช่วยเด็กที่เป็นออทิสทิค ที่มีปัญหาเกี่ยวกับทักษะการเข้าสังคมโดยเฉพาะการสบตาแบบ Eye Contact และการแสดงสีหน้า โดยแอพฯ “Look At Me” ตัวนี้จะช่วยฝึกเด็กให้มีทักษะนี้มากขึ้น ภายในแอพฯมีลักษณะเป็น Gamification เพื่อช่วยให้เด็กได้ฝึกและสนุกไปด้วยในตัว ขณะที่พ่อแม่ก็จะสามารถติดตามพัฒนาการผ่านข้อมูลสถิติที่ถูกเก็บไว้ด้วย

สาขา : Mobile Apps
Awards : Graphite Pencil
Client : Samsung Electronics
Agency : Cheil Worldwide

 

29) Campaign : Flash Photo Posters

ภาวะโรคมะเร็งจอตาในเด็ก (Retinoblastoma) เป็นอาการที่เกิดขึ้นในเด็กที่ควรจะพบเจอและรักษาแต่เนิ่นๆก่อนที่จะกลายเป็นมะเร็ง วิธีที่ตรวจพบได้ง่ายที่สุดคือใช้แสงสะท้อนจากแฟลชบนมือถือ เด็กที่เป็นอาการนี้จะเกิดวงกลมสีขาวที่ตาดำ การบอกให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้รู้ถึงวิธีตรวจสอบง่ายๆนี้ทำได้ด้วยการใช้เพียงโปสเตอร์ที่ให้คนได้ลองถ่ายภาพจากมือถือออกมาได้เหมือนการตรวจโรคนี้จริงๆ โดยมีเทคนิคหลังบ้านคือการใช้หมึกชนิดพิเศษพรินต์ออกมา

สาขา :  Mobile Interaction & Experience
Awards : Wood Pencil 
Client :  Childhood Eye Cancer Trust (CHECT)
Agency :  Wunderman

 

30) Campaign : Trip Out To Sea

แบรนด์เสื้อผ้าที่เด่นเรื่องการสวมใส่ขณะลงน้ำอย่าง Guy Cotten ต้องการรณรงค์เรื่องการใส่ชูชีพตลอดเวลาที่อยู่ในทะเลโดยการทำเวบไซท์ที่มี Video Interactive จำลองการจมน้ำแบบเสมือนจริงตลอด 8 นาที ผู้ที่เข้ามาเล่นถ้าอยากรอดก็ต้องว่ายขึ้นเหนือน้ำไปเรื่อยๆ ด้วยการใช้นิ้ว Swipe ผ่านหน้าจอ เมื่อเล่นไปเรื่อยๆความรู้สึกสมจริงก็มากขึ้นเรื่อยๆ เป็นการจำลองสถานการณ์จริงปลุกประสาทความกลัวด้วยดิจิตอลได้เป็นอย่างดี

สาขา : UX, Interface & Navigation for Mobile Marketing
Awards : Graphite Pencil (และยังได้ Wood Pencil จากสาขา Digital Marketing หมวด Websites)
Client : Guy Cotten
Agency : CLM BBDO

Link : http://sortieenmer.com/

 

31) Campaign : Friend Compass

เวบจองตั๋วเครื่องบินส่วนมาก็เหมือนๆกันคือเลือก Destination ปลายทางแต่ละที่แล้วค่อยทำการเลือกจอง แต่ Momondo มองมุมใหม่คือแทนที่จะเลือกเมืองปลายทาง ก็น่าจะเลือกไปหาเพื่อนที่เราอยากไปหา เพราะทุกวันนี้โลกโซเชียลที่เราอยู่เรามีเพื่อนอยู่ทั่วทุกมุมโลก เหตุผลที่จะไปเยี่ยมเพื่อนก็น่าจะเป็นเหตุผลที่ดีเช่นกัน เลยออกมาเป็นแอพฯที่จำลองเข็มทิศแต่แทนที่จะเป็นทิศต่างๆก็กลายเป็นการบอกทิศที่เพื่อนแต่ละคนของเราอยู่ จากนั้นก็ทำการจองตั๋วเพื่อบินไปหา เป็น Gimmick สนุกๆที่สร้างประสบกาารณ์การจองตั๋วเครื่องบินแบบใหม่

สาขา :  UX, Interface & Navigation for Mobile Marketing
Awards : Wood Pencil 
Client :  Momondo
Agency :  McCann – Erickson London

 

32) Campaign : Winterland

เป็นงานโชว์เคสของเอเจนซี่ที่ใช้เทคโนโลยี WebGL มาทำให้ช่วงเวลาของการเฉลิมฉลองช่วงสิ้นปีถูกเติมเต็มมากยิ่งขึ้น ด้วยภาพสามมิติแบบ Polygon  และประสบการณ์การใช้ Gyroscope บนสมาร์ทโฟนทำให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถใช้มือถือเข้าไปสู่เวบ Winterlands ดินแดนบนดิจิตอลที่เต็มไปด้วยหิมะในช่วงฤดูหนาว ความยากอยู่ที่เทคนิคหลังบ้านในการทำเวบนี้ขึ้นมา นอกจากนั้นผู้ใช้ยังส่งคำอวยพรไปให้ผู้อื่นได้แบบเดียวกับ E-Cards สมัยก่อน

สาขา :  Innovative Use of Mobile Technology
Awards : Graphite Pencil
Client : AKQA
Agency : AKQA Paris
Link : http://snow.akqa.com

 

33) Campaign : GT Ride – Viral Gaming for Kia

ค่ายรถ KIA ต้องการสร้างประสบการณ์ performance ของรถรุ่น pro_cee’d GT ด้วยการออกแอพฯมือถือที่ให้คนทั่วไปสามารถสร้างเลนรถแข่งเองได้ด้วยการใช้ระบบ gyroscope บนโทรศัพท์มือถือ เราสามารถลากเลนแข่งเองได้จากการวาดอากาศ จากนั้นเข้าสู่ระบบ Game ที่ให้คนมาเล่นแข่งกัน

สาขา :  Innovative Use of Mobile Technology
Awards : Wood Pencil 
Client :  Kia Motors Europe
Agency : La Red Hamburg
Link : http://www.gt-ride.com

 

 หมวด Digital Design 

34) Campaign : Hammerhead

อุปกรณ์นำทางสำหรับจักรยานที่ให้นักปั่นไม่ต้องเปิดแผนที่นำทางบนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งใช้ระบบแบบเดียวกับระบบนำทางของเครื่องบิน ตัว Hammerhead นี้มีดีไซน์ที่สวยงามน่าใช้มาก

สาขา :  Connected Products และ UX, Interface & Navigation for Websites & Digital Design
Awards : Yellow Pencils
Client :  Hammerhead Navigation
Agency : R/GA
Link : http://hammerhead.io/

 

35) Campaign : Cooper–Hewitt, Smithsonian Design Museum

Cooper–Hewitt, Smithsonian Design Museum เป็นพิพิธภัณฑ์ด้านดีไซน์ชื่อดังที่ตั้งอยู่ที่นิวยอร์ค เมื่อเป็นพิพิธภัณฑ์ด้านการออกแบบและเมื่อต้อง engage กับคนที่มาเยี่ยมชมก็ไม่มีอะไรดีกว่าให้คนเหล่านั้นมาดีไซน์เสียเอง ทางพิพิธภัณฑ์จึงมีอุปกรณ์ Interactive มากมายที่ทำให้ผุ้มาเยือนประทับใจ และอุปกรณ์ที่เด่นที่สุดก็คือปากกาที่แจกให้ตั้งแต่ตอนเข้า ปากกาแท่งนี้สามารถทำ online interactive เพื่อสร้างสรรค์งานดีไซน์ของตัวเองได้ นอกจากจะทำให้ประทับใจแล้ว อุปกรณ์ที่ว่ายังส่งข้อมูลให้เรากลับไปมีประสบการณ์เพิ่มเติมที่บ้านด้วย

สาขา : UX, Interface & Navigation for Websites & Digital Design
Awards : Graphite Pencil
Client : Cooper–Hewitt, Smithsonian Design Museum
Agency : Local Projects
Link : http://www.cooperhewitt.org/new-experience/

 

36) Campaign : Alvio

เด็กที่มีปัญหาเรื่องการหายใจมักต้องให้ยาพ่นอยู่เสมอๆ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและพ่อแม่ก็กังวลว่าจะเป็นการใช้ยาเกินไป โซลูชั่นอีกอย่างหนึ่งคือใช้เครื่องในการช่วยบริหารปอดที่ให้เด็กๆพัฒนาการหายใจด้วยตัวเอง แต่เครื่องที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้นน่าเบื่อและติดตามข้อมูลไม่ได้ เครื่อง Alvio นอกจากจะเก็บข้อมูลการบริหารปอดได้แล้วยังใส่ Game ลงไปเป็นลูกเล่นให้เด็กๆได้สนุกกับการเล่นพร้อมบริหารปอดไปในตัว

สาขา :  Connected Products
Awards : Graphite Pencil
Client :  Qol Devices
Agency : R/GA

Link : http://alv.io

 

37) Campaign : MegaFaces

ค่ายมือถือของรัสเซียเป็นสปอนเซอร์งานโอลิมปิคฤดูหนาว อยาก engage กับผู้ชมจึงจัดทำบิลบอร์ดสามมิติขนาดยักษ์ที่ให้คนทั่วไปสามารถถ่ายภาพ Selfie Portrait แล้วส่งไปเป็นภาพสามมิติได้ ไอเดียล้ำขนาดนี้เลยเรียกข่าวได้มากมาย

สาขา : Technological Innovation
Awards : Graphite Pencil
Client : MegaFon
Agency : Iart/Asif Khan/Axis

 

38) Campaign : US Open Sessions

US Open ร่วมกับ IBM สร้างกระแสเทคโนโลยีผสานเสียงดนตรี โดยจัดทำเพลงที่เกิดขึ้นจาก Data ต่างๆที่อยู่ใน US Open ไม่ว่าจะเป็นสกอร์ อุณหภูมิ คนดุ สเตเดี้ยม ผู้เล่น ฯ ด้วยอัลกอริธึ่มที่ถูกออกแบบมาอย่างดี แฟนๆสามารถติดตามทั้งข้อมูลการเล่นและเพลงได้สดๆผ่านมือถือ นอกจากนั้นร่วมกับ James Murphy ดีเจและโปรดิวเซอร์ชื่อดังออกอัลบั้มพิเศษ Made with Tennis Data อีกด้วย สุดท้าย US Open ก็ได้กระแสด้วยการสร้างเพลงจากทุกแมทช์ยาวกว่า 400 ชม. ส่วน IBM ก็บอกให้โลกรู้ว่าคุณสามารถสร้างและเปลี่ยน Data ให้กลายเป็นอะไรก็ได้ (ด้วยIBM)

สาขา : DIgital Design
Awards : Graphite Pencil
Client : IBM
Agency : Ogilvy & Mather (New York)

 

39) Campaign : Unnumbered Sparks

เป็นงานอลังการที่ผสานศิลปะและเทคโนโลยีไว้ด้วยกัน เริ่มจาก Janet Echelman ศิลปิน Net Sculpture ที่มีแรงบันดาลใจสร้างศิลปะมาจากการเห็นอวนตกปลา งานประติมากรรมโมเดิรน์ของเธอได้จัดแสดงในเมืองใหญ่หลายเมืองทั่วโลกมาแล้ว งานนี้เธอได้ถูกชวนจาก Google ให้มาลองสร้างศิลปะแบบเดียวกันแต่เป็นแบบ Interactive ที่ให้คนผ่านไปผ่านมาสร้างปฏิสัมพันธ์กับประติมากรรมขนาดยักษ์นี้ได้ งานยากจึงอยู่ที่เทคโนโลยี แต่ในเมื่อเป็น Google ความสำเร็จจึงสร้างมาด้วยมันสมองอัจฉริยะของทีมงาน Creative Labs และสร้างโดยการทำเป็น Projection Mapping ด้วยการใช้ WebGL ของ Chrome เท่านั้น

สาขา : Digital Installations
Awards : Graphite Pencil
Client : Google Creative Lab & Studio Echelman
Agency : Google
Link : www.unnumberedsparks.com

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s