Home

เขียนให้กับ : creativemove.com

เขียนเมื่อ : 9/6/2014

(ต้นฉบับ)

 

หมู่บ้านอินะคะดาเตะ เป็นหมู่บ้านเล็กๆหมู่บ้านหนึ่งในจังหวัดอาโอโมริ ประเทศญี่ปุ่น ที่นี่มีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจคือ ศิลปะบนนาข้าวหรือ “Rice Paddy Art” เกิดจากนำข้าวสายพันธุ์ต่างๆที่มีสีที่ไม่เหมือนกันมาทำเป็นศิลปะ แต่ละปีจะมาทำเป็นธีมที่ไม่เหมือนกัน บางปีก็เป็นภาพสไตล์ญี่ปุุ่น บางปีก็ทำศิลปะแบบสากล เช่น ภาพโมนาลิซ่า หรือ นโปเลียน ในแต่ละปีหมู่บ้านอินะคะดาเตะจึงดึงดูดนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งการเปลี่ยนทุ่งนาเป็นผืนผ้าแห่งศิลปะนี้นั้นทางหมู่บ้านอินะคะดาเตะเป็นผู้ริเริ่มขึ้นมาตั้งแต่ปี 1993 โดยเมื่อตอนเริ่มต้นการนำข้าวสีต่างๆไม่ได้ซับซ้อนเหมือนอย่างในปัจจุบัน เริ่มต้นดั้งเดิมมีเพียงสีเหลืองและสีม่วงซึ่งเป็นพันธุ์ข้าวท้องถิ่น ต่อมาก็ได้พัฒนาสีข้าวใหม่ๆอาทิ สีส้ม หรือสีเขียวเข้มในภายหลัง ในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวหลักถึงกับมีสถานีรถไฟที่ชื่อ “Rice Art Station” เลยทีเดียว

จุดที่น่าสนใจจุดหนึ่งคือมุมมองความคิดที่สร้างสรรค์ที่พยายามเปลี่ยนพื้นที่ทางการเกษตรด้วยศิลปะ ทำให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เพิ่มมูลค่าให้กับเมือง คอนเซ็ปป์แบบนี้เราเคยเห็นแล้วในเมืองไทยที่ฟาร์มโชคชัย ที่เปลี่ยนมุมคิดจากฟาร์มปศุสัตว์ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว เกิดรายได้ใหม่มหาศาล แต่ที่หมู่บ้านอินะคะดาเตะนี้มีจุดที่ลึกซึ้งอีกอย่างคือ การที่จะสร้างศิลปะขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นปีละไม่กี่วันแบบนี้ได้นั้น ต้องเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจของชาวเมืองให้มาช่วยกันสร้างให้มันเกิดขึ้น แต่ละปีมีชาวบ้านที่มีเพียง 8,000 กว่าคนจึงมาร่วมแรงร่วมใจช่วยกันปักกล้า ค่อยๆรอวันที่ศิลปะจะค่อยๆเปลี่ยนสี เป็นความภุมิใจของเมือง เกิดความสามัคคี สร้างความหวงแหนพันธุ์ข้าวท้องถิ่น และอนุรักษ์วิถีชีวิตของชาวอินะคะดาเตะที่ยังพึ่งพาเกษตรกรรมอย่างการปลูกข้าวให้อยู่ต่อไป

แต่เนื่องจากแต่ละปี การบริโภคข้าวในญี่ปุ่นนั้นถูกลดบทบาทไปเรื่อยๆ สาเหตุหนึ่งมาจากกระแสการบริโภคแบบตะวันตก หมู่บ้านอินะคะดาเตะก็ประสบปัญหาการสั่งซื้อข้าวเช่นกัน แต่ด้วยการที่มีพื้นฐานด้านชื่อเสียงที่ดีอย่างการท่องเที่ยวศิลปะบนนาข้าว และการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างสมาร์ทโฟน ที่ปัจจุบันชาวญี่ปุ่นใช้ถ่ายรูปอวดโซเชียลเน็ตเวิรค์หรือใช้สแกนสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวัน ในปีนี้ทางหมู่บ้านอินะคะดาเตะจึงต่อยอดการท่องเที่ยวด้วยการออกแอพฯบนมือถือชวนนักท่องเที่ยวให้มาดาวน์โหลด ที่นอกจากจะมาเที่ยวชมแล้ว ยังสามารถใช้แอพฯนี้แสกนรูปภาพที่อยู่บนนาข้าว แล้วสามารถอุดหนุนสั่งซื้อข้าวจากเมืองนี้พร้อมส่งถึงบ้านได้ทันที ถือว่าเป็นมุมมองความคิดสร้างสรรค์ On Top ขึ้นไปอีกหนึ่งระดับ

สรุปเรื่องราวของหมู่บ้านอินะคะดาเตะสอนเราเรื่องความคิดสร้างสรรค์อยู่สองอย่าง เรื่องแรก คือการเปลี่ยนมุมมองคิดเพื่อหลุดจากกรอบความคิดเดิมๆ อย่างเช่นการเปลี่ยนความคิดจากผืนนาธรรมดาให้เกิดมูลค่าเพิ่มให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว อย่างที่สองคือ ความคิดสร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องอยู่กับที่ เมื่อสบโอกาสใหม่ๆอย่างเช่นเทรนต์สมาร์ทโฟน เราก็สามารถต่อยอดความคิดสร้างสรรค์เดิมให้กลายเป็นความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆได้เรื่อยๆ อย่างไม่รู้จบสิ้น

 

 

 

02

 

 

นาข้าวนี้สามารถมองเห็นได้แม้ใน Google Maps

 

อ้างอิง : Inakadate , asahi , dailyartfixx

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s