Home

เขียนให้กับ : creativemove.com

เขียนเมื่อ : 30/1/2014

(ต้นฉบับ)

00

ยุคสมัยนี้เป็นยุคของ Multi-tasking หมายถึงการที่คนเราชอบทำอะไรหลายๆอย่างไปพร้อมๆกัน อาจเป็นเพราะการมาถึงของ Smartphone ที่ทำให้เราไม่เคยทำตัวให้ว่าง หลายๆคนคงเคยเห็นหรือเคยเป็นอะไรแบบนี้บ้าง เราเดินทางบนรถไฟฟ้าพร้อมๆกับเล่นเกมส์บนมือถือ เราดูทีวีพร้อมกับโหลตวีดีโอบนยูทูปมาชม เรานั่งทานข้าวกับครอบครัวพร้อมๆกับอัพเดตสเตตัสบอกเพื่อน ฯ อันที่จริงแล้วก็ไม่น่ามีปัญหาอะไรนอกจากจะทำให้เราแค่เสียสมาธิ เพราะการทำอะไรหลายๆอย่างพร้อมๆกันทำให้เราไม่สามารถใช้สมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ดีพอ แต่ก็มีบางสถานการณ์ที่ Multi-tasking เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ หนึ่งในนั้นก็คือ การขับรถพร้อมๆกับแชตบนมือถือไปด้วย

เมื่อตัวเราอยู่หลังพวงมาลัย หน้าที่ของเราควรมีอยู่อย่างเดียว คือจดจ่อและใช้สมาธิกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า นั่นก็คือขับรถด้วยความปลอดภัย มีข้อมูลที่น่าสนใจจากการเปิดเผยของค่ายมือถือซัมซุงในสิงคโปร์ว่า การที่เราโทรศัพท์ขณะขับรถนั้นจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนเพิ่มขึ้น 2.8 เท่า แต่นั่นยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าเราพิมพ์หรือแชตขณะนั้นที่รถวิ่งอยู่นั้น ความเสี่ยงจะกระโดดขึ้นไปเป็น 23 เท่า เลยทีเดียว

ซัมซุงได้ทำการสำรวจพฤติกรรมการขับรถของคนสิงคโปร์พบว่า คนส่วนใหญ่ตระหนักว่าการใช้มือถือขณะขับรถเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม แต่ก็ยอมรับว่าพวกเขาก็ยังใช้มือถือขณะขับรถอยู่ดี โดยคิดว่าไม่เห็นเป็นไรและคงไม่เกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าถามกลับกันว่า ถ้าตัวเองเป็นผู้โดยสารแล้วเห็นคนขับรถใช้มือถือขณะขับรถจะรู้สึกอย่างไร ผลปรากฏว่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย และ 3 ใน 4 ของผู้ตอบคำถามจะบอกให้คนขับรถหยุดใช้มือถือ เป็นอย่างนั้นไป

ดังนั้นแล้วใจความสำคัญคือ การอดใจไม่ใช้มือถือขณะขับรถเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เพราะเมื่อไหร่ที่เสียงจากมือถือดังขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นจากสายเรียกเข้า จาก SMS หรือ จาก Notification ของบรรดาโซเชียลมีเดียที่เราใช้อยู่ ก็มักจะทำให้เรามักต้องหยิบมือถือขึ้นมาใช้งานหรือโต้ตอบโดยทันที ทางซัมซุงเห็นเช่นนั้นจึงได้ออก Application บนมือถือที่ชื่อ “Eyes on the Road” ให้คนขับรถในสิงคโปร์ได้โหลดมาใช้กัน แอพฯตัวนี้มีประโยชน์ตรงที่จะทำให้เรามีสมาธิในการขับรถมากขึ้น ด้วยคอนเซปป์ง่ายๆคือ ถ้าเสียงทำให้เราเสียสมาธิในการขับรถ ก็ปิดเสียงมันซะเลย

วิธีใช้ก็ง่ายๆ เมื่อเราขึ้นรถก็เปิดแอพฯตัวนี้แล้วเข้าไปที่ Drive Safe mode จากนั้นก็แค่ขับรถออกไป เทคโนโลยี GPS และ Sensor Fusion ร่วมกับเสาสัญญาณเครือข่าย จะทำการวัดว่ารถวิ่งเกิน 20 กม./ช.ม. หรือไม่ ถ้าเกิน แอพฯตัวนี้จะเข้าไปสั่งการทำงานของมือถือ โดยเข้าไปบล๊อคการทำงานของมือถือที่ใช้โทรและ SMS และก็ไปปิดเสียง Notification ของโซเชียลมีเดีย จนกว่าจะถึงที่หมาย หรือรถอยู่นิ่งๆนานเกินสิบนาที ก็จะกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ถ้าใครคิดว่าไม่สามารถแข็งใจใช้มือถือระหว่างขับรถได้ แอพฯนี้ถือว่ามีประโยชน์ทีเดียวเพราะแก้ปัญหาได้ตรงจุด นอกจากนั้นทางซัมซุงได้ร่วมมือกับบริษัทน้ำมันและประกันภัยรถยนต์ สร้างแรงจูงใจให้คนที่ได้โหลดแอพนี้มาใช้งานสามารถที่จะลุ้นรับโปรโมชั่นส่วนลดการซื้อประกันภัยหรือบัตร voucher น้ำมัน เรียกว่ายิ่งใช้มากยิ่งได้สิทธิประโยชน์มาก เท่านี้ก็สามารถให้คนขับรถลองโหลดมาใช้จนติดใจกับการขับรถให้ปลอดภัยแล้ว

จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของคนขับรถเองว่าอยากจะใช้ต่อหรือไม่ เทคโนโลยีต่อให้ดีอย่างไรก็ยังคงเป็นแค่เทคโนโลยี การตระหนักเรื่องความปลอดภัยของคนขับรถเองต่างหากที่จะช่วยให้สังคมนั้นดีขึ้น เทคโนโลยีนั้นทำให้สะดวก แต่สำนึกจะทำให้ปลอดภัย

01 02 03 04 05 06

อ้างอิง : Samsung

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s