Home

เขียนให้กับ : creativemove.com

เขียนเมื่อ : 26/12/2013

(ต้นฉบับ)

01

ลองจินตนาการว่าหากเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเราป่วยเป็นโรคมะเร็ง ย่อมไม่มีใครที่จะลืมความทุกข์ทรมาณนี้ได้ลง โลกทุกวินาทีของเราต่อจากนี้ไปย่อมอยู่กับความทุกข์ทางจิตใจ สิ้นหวังท้อแท้ ความทรมาณที่ต้องบำบัดตัวเองอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่ส่องกระจกมองตัวเอง ก็จะทำให้เห็นตัวเองอยู่ในสภาพทรุดโทรมมากยิ่งขึ้น ผมที่ร่วงโรย สุขภาพที่ทรุดโทรม ความหล่อเหลาและความสวยงามที่เคยมีอยู่เหลือแต่เพียงอดีต  โรคมะเร็งทำให้ผู้ป่วยท้อแท้สิ้นหวัง ไม่รู้ว่าเข็มวินาทีชีวิตจะหยุดเดินเมื่อไหร่

ไม่มีวินาทีไหนที่เราจะลืมได้ว่า เราป่วยเป็นมะเร็งอยู่ และหากเรารู้ว่าชีวิตเราเหลืออีกไม่มากอีกต่อไปแล้ว เราจะมีความสุขไปได้อย่างไร ทาง Mimi Foudation ซึ่งเป็นองค์กรที่ส่งเสริมให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งได้ต่อสู่ชีวิตอย่างยืนหยัดและมีความหวังของประเทศฝรั่งเศษ จึงได้ผุดโปรเจคร่วมกับช่างภาพชื่อดังทำอัลบั้มพิเศษที่ชื่อว่า  Ne Serait-ce Qu’une Seconde หรือ If Only For One Second ซึ่งคอนเซ็ปป์ของอัลบั้มนี้มีความหมายพิเศษที่กินใจคือ ขอแค่บันทึกช่วงเวลาพิเศษที่ถึงแม้จะมีเพียงสักเสี้ยววินาทีเดียวที่จะทำให้ผู้ป่วยลืมไปว่าเขาเป็นโรคมะเร็ง และแสดงให้เห็นว่าเขาก็มีความสุขได้ในโลกแห่งความเป็นความตายนี้

สิ่งที่ทำก็คือทางโครงการได้เชิญผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งจำนวนยี่สิบคนมาที่สตูดิโอเพื่อบันทึกภาพพิเศษ แต่สิ่งที่ขอไว้ก่อนก็คือขอให้ผู้ที่มาถ่ายภาพทุกคนปิดตาไว้ตลอดขณะที่แต่งหน้า แต่งผม รวมถึงแต่งตัวเสียใหม่ หลังจากนั้นก็จะถึงเวลาที่ผู้ป่วยจะต้องเปิดตาหน้ากระจก สิ่งที่ทุกคนไม่รู้คือ กระจกนั้นเป็นกระจกที่สะท้อนเพียงด้านเดียว ขณะที่ด้านหลังสามารถมองเห็นคนที่นั่งอยู่ตรงหน้ากระจกนั้นได้  ที่ด้านหลังทีมงานช่างภาพทุกคนกำลังเผ้ารอบันทึกภาพและวีดีโอแบบไฮสปีด เตรียมพร้อมที่จะบันทึกสิ่งที่เรียกว่า Magic Moment หลังจากนั้นจึงขอให้ผู้ป่วยลืมตา

วินาทีที่ผู้ป่วยได้ลืมตา ในขณะนั้นเอง เป็นเวลาที่กล้องถูกลั่นชัตเตอร์ ภาพวีดีโอจับภาพเคลื่อนไหวแบบสโลโมชั่น จับภาพผู้ป่วยที่เปี่ยมไปด้วยความดีใจระคนกับความเปี่ยมสุขที่ได้เห็นหน้าตัวเองแบบที่ตัวเองไม่คาดคิด แม้เป็นภาพใบหน้าในช่วงเวลาสั้นๆ แต่จะเรียกว่าเป็นภาพที่สตาฟความสุขก็คงไม่ผิดนัก ภาพทุกภาพของผู้ป่วยทั้งยี่สิบคนจึงเป็นภาพของคนป่วยโรคมะเร็งที่ป่วยทางร่างกายเท่านั้น  ในวินาทีนั้นไม่หลงเหลือความเจ็บป่วยจิตใจอยู่ในภาพถ่าย เป็น moment ที่กินใจขนาดไหนลองดูวีดีโอนี้ดู

หลังจากนั้นภาพทุกภาพก็ได้กลายเป็นหนังสือภาพ portrait จำนวน 60 หน้า เพื่อให้ทุกคนได้หาซื้อกัน เงินที่ได้จากการขายนำไปบริจาคให้กับ Mimi Foundation ต่อไป ใครสนใจหาซื้อหนังสือภาพนี้ได้ที่ http://www.mimi-foundation.org/en/ifonlyforasecond.html

หลังจากโปรเจคถ่ายภาพชุดนี้จบลง ผู้ป่วยบางท่านที่ได้อยู่ในภาพเหล่านี้ก็ได้ลาจากโลกนี้ไปแล้ว  คงเหลือไว้เพียงความทรงจำว่า ภายใต้ความข่มขื่นที่ซ่อนอยู่แท้จริงแล้วยังมีความชื่นมื่นปิติยินดี และแม้จะเป็นเพียงแค่หนึ่งวินาทีเดียว แต่ก็เต็มไปด้วยความเปี่ยมสุขที่สร้างความหวังและกำลังใจให้กับคนที่เหลืออยู่ได้ต่อไปไม่รู้จบสิ้น eternally

02 03 04 05 06 07

ที่มา : Today.com , Mimi Foudation

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s