Home

เขียนให้กับ : creativemove.com

เขียนเมื่อ : 2/5/2013

(ต้นฉบับ)

 00

ปัจจุบันองค์กรหลายองค์กรไม่ว่าขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่เริ่มให้ความสำคัญกับทุกๆภาคส่วน (stakeholder) ที่เกี่ยวข้องกับภาพลักษณ์ขององค์กร บริษัทเหล่านี้ตระหนักดีว่าอนาคตของบริษัทไม่ได้ขึ้นอยู่กับการสร้างความสัมพันธ์เฉพาะกับลูกค้าเท่านั้น แต่รวมถึงภาคส่วนอื่นๆรวมถึง “สังคม” ที่บริษัทเหล่านั้นทำธุรกิจอยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้นบริษัทส่้วนมากจึงได้ริเริ่มโปรแกรม CSR หรือ Corporate Social Responsibility โดยถือว่าองค์กรก็คือสมาชิกหนึ่งของสังคมนั้นๆ หลายองค์กรบ้างก็เน้นน้ำหนักเรื่องสิ่งแวดล้อม บ้างก็เน้นเรื่องธรรมาภิบาล บ้างก็เน้นน้ำหนักไปในการคืนกำไรสู่ชุมชนหรือช่วยเหลือชุมชนที่อยู่ด้วยกัน การจะไปทางไหนขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจว่าจะรับผิดชอบต่อสังคมไปในด้านใด ที่เกริ่นมาทั้งหมดนี้เพื่อจะปูทางบอกว่า ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่องค์กรไหนๆก็สามารถสนับสนุนได้ นั่นก็คือเรื่องมนุษยธรรม หลายๆองค์กรในปัจจุบันได้เปิดรับผู้ที่พิการต่างๆมาทำงานกับองค์กร โดยไม่เลือกปฏิบัติและให้ความเท่าเทียมกันในด้านสังคม บ้างก็ทำอยู่อย่างเงียบๆ บ้างก็มีการโปรโมทออกมาให้คนภายนอกได้รับทราบถึงนโยบายดีๆเหล่านี้อย่างที่เราเห็นกันในโฆษณาทีวีอยู่เรื่อยๆ

ผมได้ไปเจอคลิปแคมเปญดีๆอันนี้ของทาง KFC ที่เปิดโอกาสผู้พิการทางการได้ยินสามารถทำงานได้อย่างเท่าเทียม อย่างที่บอก การที่องค์กรออกมาพูดถึงเรื่องเหล่านี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เรื่องที่สะดุดให้ต้องหยุดดูจนจบก็คือ คนที่มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ที่มาเฉลยในตอนท้ายของคลิปคือเหล่าผู้บริหารของ KFC ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น Managing Director HR Director และ Cheif Marketing Officer ต่างตบเท้าลงมาสนับสนุนเรื่องนี้อย่างจริงจัง โดยสิ่งที่พวกเขาลงมาทำคือ การจำลองเป็นคนหูหนวก 1 วัน เพื่อจะได้รู้ว่าการเป็นคนหูหนวกนั้นลำบากขนาดไหนในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างที่เราอยู่ๆกัน พร้อมจบด้วยคำที่กินใจว่า “นี่เป็นหนึ่งวันที่เราหูหนวก สำหรับพวกเขา มันเกิดขึ้นตลอดชีวิต” ถ้าทำถึงขนาดนี้ก็คงบอกเป็นนัยแล้วว่า “ฉันไม่ได้ทำเรื่องนี้เล่นๆนะ ฉันต้องการจริงจังกับเรื่องนี้! ” (ถึงแม้มุมกล้องจะดูเหมือนเป็นโฆษณาไปหน่อยก็เถอะ)

ส่วนพนักงานที่ทาง KFC รับมาทำงานไม่ได้ทำงานอยู่ที่ออฟฟิสหลังบ้าน แต่เป็นหนักงานหน้าร้านที่พวกเราสามารถเจอตัวเป็นๆได้ในสามสาขาของ KFC ซึ่งวิธีการสั่งก็จะทำโดยการชี้ไปที่เมนู ดังนั้น เรื่องจึงไม่ได้จบแค่คลิปนี้คลิปเดียว ใน Youtube Channel ของ KFC แต่ยังมีคลิปต่อเนื่องอีก 3 คลิป แบ่งออกเป็นตอนๆสัมภาษณ์พนักงานที่ผู้พิการทางการได้ยินที่ทำงานในสาขาต่างๆ อันได้แก่ เรื่องของน้องเฟิรน์ เรื่องของคุณจูน เรื่องของคู่รักวสันต์และบังอร ในคลิปพูดถึงความฝัน ความรู้สึกที่ได้มาทำงานที่นี่ผ่านการใช้ภาษามือ (อย่างที่เราพอรู้ๆกันคนที่ประสบปัญหาทางการได้ยิน มักจะประสบปัญหาในการพูดออกเสียงด้วย) การทำ Branded Content เป็นตอนๆเหล่านี้ ให้ความรู้สึกเหมือนกับได้ดูโฆษณาออนไลน์ของ P&G ตอนที่โปรโมทเรื่องอาชีพ “แม่” ตอนโอลิมปิก 2012 เลยทีเดียว ข้างใน Youtube จะมีสัมภาษณ์แม่นักกีฬาโอลิมปิกแต่ละคนอยู่เป็นจำนวนมาก มันให้ความรู้สึกซาบซึ้งและรู้สึกว่าได้เห็นความรู้สึกจริงๆของคนจริงๆ

ที่เล่ามาทั้งหมด ผมรู้สึกว่าการทำเรื่องแบบนี้สามารถทำในโลกออนไลน์ได้ เพราะไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณและเวลาออกอากาศ เมื่อค่าแอร์ไทม์ไม่ใช่ประเด็นที่เราต้องรีบยัดเยียดขายสินค้าอีกต่อไป เราก็สามารถคัดสรรเรื่องดีๆที่เราอยากบอกให้ทุกคนรู้ได้ 🙂

ส่วนใครลองไปได้ทานดูตามสาขาเหล่านั้นแล้ว ฝากกลับมาบอกด้วยว่า ไก่ทอดที่ซื้อวันนั้นอร่อยขึ้นมากขนาดไหน!

เรื่องของน้องเฟิรน์

เรื่องของคุณจูน

เรื่องของวสันต์และบังอร

 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s